fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

แก้วไวน์แบบไหนที่ควรมีที่บ้าน?!

หลังจากได้ไวน์ดีๆ ซักขวดแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือหาแก้วดีๆ ซักแก้ว มาเป็นพาหนะพาไวน์รสละมุนนุ่มเข้าปาก แต่จะซื้อแก้วแบบไหนดี? เพราะแก้วไวน์ก็มีหลากหลายแบบ หลากหลายรูปทรง หลากหลายยี่ห้อระดับราคา ใครยังไม่รู้ วันนี้ไวน์แมนมีคำตอบมาให้คุณครับ!

ไวน์แนะนำ

 

แก้ว 2 แบบที่จำเป็น!

 

หากคุณเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเข้ามาสู่วงการดื่มไวน์อย่างเต็มตัว แต่มีงบประมาณจำกัด ไม่สามารถเหมาแก้วไวน์ทุกๆ ตัวในร้านมาได้ แต่อยากได้แก้วไวน์ตั้งต้น ที่สามารถใช้ดื่มไวน์ได้ครอบคลุมหลากหลาย ไวน์แมนขอให้ทุกท่านซื้อแก้วไวน์เพียง 2 ประเภทเท่านั้น! ได้แก่แก้วฟลูต หรือแก้วแชมเปญ (Flute Champagne Glass) กับแก้วมาตรฐาน (Universal Wine Glass) ดื่มได้สำหรับทั้งไวน์ข้าวและไวน์แดง

 

แก้วมาตรฐาน (Universal Wine Glass)

เป็นแก้วที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานโดยเฉพาะ โดยลักษณะแก้วจะมีขนาดกลาง ตรงกลางแก้วกว้างออกมา ทำให้เมื่อเทไวน์ลงไป เจอกับอากาศที่อยู่ในแก้วทำให้ไวน์ได้หายใจ ในขณะเดียวกันโมเลกุลของกลิ่นก็จะไม่ออกไปไหน ส่วนบริเวณปากแก้วจะแคบเข้ามาเล็กน้อย กักเก็บกลิ่นและรสสัมผัสของไวน์ไว้ได้เป็นอย่างดี เหมาะกับไวน์หลากหลายรูปแบบตั้งแต่ไวน์แดง ไวน์ขาว ไปจนถึงไวน์หวาน ไปจนถึงสปาร์คกลิ้งไวน์ หากเราไม่เรื่องมาก ก็สามารถใช้กับแก้วจำพวกนี้ได้เลยครับ 

 

แก้วฟลูต (Flute Champagne Glass)

เหตุผลที่คุณควรจะมีแก้วแชมเปญ หรือสปาร์คกลิ้งไวน์แยกออกมาอีกแก้วหนึ่ง เพราะสปาร์คกลิ้งไวน์มีรสสัมผัสเฉพาะของฟองอากาศ หากใช้แก้วที่มีความกว้าง อาจทำให้ฟองอากาศที่บอบบางสลายหายไป พร้อมกับกลิ่นและเสน่ห์ของแชมเปญได้เลยนะครับ ฉะนั้นควรมีแก้วขนาดเล็ก ทรงสูง ปากแคบ เผื่อไว้อีกซักแก้ว ซึ่งเป็นทรงแก้วที่สามารถใช้ดื่มไวน์ขาวรสชาตินุ่มละมุนได้ด้วย บวกกับเป็นแก้วที่ชนแล้วดูสวยงาม สง่าผ่าเผยครับ

 

เลือกยี่ห้อแก้วที่ใช้สำหรับคุณ

 

หลังจากรู้สไตล์แก้วไวน์ที่จะต้องมีแล้ว ก็ลองมาดูกันครับว่าอยากได้แก้วไวน์ของแบรนด์ไหน โดยเรียกได้ว่าแบรนด์แก้วก็มีหลากหลายไม่แพ้ยี่ห้อไวน์เลยครับ แต่ตัวเด่นๆ ที่ไวน์แมนจับตามองอยู่ ก็มีดังนี้ครับ

 

  • คลาสสิคตลอดกาล : Zalto

 

หากใครอยากลงทุนกับแก้วไวน์ที่ราคาสูง แต่คุณภาพเยี่ยม เกรดที่ Somm หัวกะทิแทบทุกคนใช้กัน ไม่มีแบรนด์อื่นที่จะเหมาะไปกว่า Zalto อีกแล้วครับ เพราะทำจากคริสตัล เป่าและขึ้นรูปด้วยมือจากช่างฝีมือที่สืบสานวิธีทำแก้วมาจากแคว้นเวนิส ประเทศอิตาลี น้ำหนักเบา หยิบจับถนัดมือ นอกจากนั้นยังเป็นดีไซน์คลาสสิค ที่มีการวิจัย และทดลองใช้ดื่มมายาวนาน ช่วยดึงรสชาติไวน์ออกมาได้อย่างดีเยี่ยมครับ

 

  •  ยอดนิยม : Riedel

เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่ปี 1972 จากมาตรฐานการปผลิตที่น่าเชื่อถือ แก้วคริสตัลแท้จากการผลิตอันทันสมันของออสเตรีย ทำให้ได้แก้วไวน์ที่หลากหลาย โดยมีมาตรฐานที่คงตัวในทุกๆ แก้วครับ

 

  • ราคาสุดคุ้ม : Libbey

 

หากใครอยากได้ทางเลือกที่ราคาถูก แต่ก็ยังมีคุณภาพ ต้องเลือก Libbey แบรนด์แก้วสุดที่ใช้การผลิตไฮเทค มาตรฐานประเทศอเมริกา ด้วยรูปทรงคล้ายถ้วยโค้งขึ้นเล็กน้อย เก็บอุณหภูมิและกลิ่นของไวน์ได้อย่างดีเยี่ยม ทำจากแก้ว ClearFire glass อันเป็นซิกเนเจอร์ของ Libbey น้ำหนักเบาและทนทานครับ 

 

  • หน้าใหม่ น่าจับตามอง : NUDE

 

แบรนด์เครื่องแก้วจากประเทศตุรกี ที่เพิ่งรีแบรนด์ให้ทันสมัยขึ้นในปี 2014 แต่ก็มีคนติดตามผลงานอย่างใกล้ชิดสุดๆ จนกลายเป็นอีกแบรนด์น้องใหม่ขวัญใขคอไวน์หลายๆ คนครับ เน้นดีไซน์โค้งมนสุดโมเดิร์น สะอาดตา ทำจากแก้วคริสตัลคุณภาพสูง โดดเด่นเป็นพิเศษในด้านการผลิตแก้วไวน์ไร้ก้าน (Stemless Wine Glasses) ซึ่งเหมาะสำหรับ casual drinking สำหรับหลายๆ คนที่ซุ่มซ่าม

 

แก้วไวน์แบบเฉพาะเจาะจง จำเป็นขนาดไหน?

 

แล้วหากพูดถึงแก้วไวน์หลากหลายรูปแบบล่ะ แท้จริงจำเป็นรึเปล่า? ตั้งแต่แก้วไวน์แบบบอร์โดซ์ แก้วไวน์เบอร์กันดี ไปจนถึงแก้วไวน์สำหรับดื่ม Chardonnay โดยเฉพาะ และอื่นๆ อีกมากมาย จะช่วยทำให้รสชาติของไวน์ดีขึ้นรึเปล่า? หรือเป็นแค่แผนการตลาดเท่านั้นเอง? 

 

โดยส่วนตัวแล้วไวน์แมนมองว่าเป็นส่วนผสมระหว่างการตลาด และความต้องการที่จะดึงรสชาติของไวน์ครับ ถามว่าแก้วไวน์แบบดีไซน์เฉพาะเจาะจงจำเป็นขนาดนั้นหรือไม่ ก็ต้องบอกตามตรงนะครับว่าไม่ แต่หากคุณมีความชอบ มีแพชชั่นส่วนตัวจริงๆ เช่นหากคุณเป็นแฟนคลับตัวยงของไวน์เบอร์กันดี ซึ่งจะมีเอกลักษณ์ตรงกลิ่นที่หอมฟุ้งเหมือนน้ำหอม คุณก็อาจจะเพิ่มแก้วไวน์เบอร์กันดีของ  Zalto หรือ Riedel ดีๆ ซักแก้วไว้ในคอลเลคชั่นของคุณ เพราะจะเป็นแก้วชนิดพิเศษ กลมๆ  งุ้มงอบริเวณปากแก้ว เหมาะสำหรับการเก็บกลิ่นหอมละมุนของไวน์เอาไว้ให้ยาวนานที่สุดครับ

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader