fbpx

งดบริการให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี อ่านนโยบายการขาย คลิก

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

Mouton Cadet ไวน์บอร์โดซ์คุณภาพดี ราคาย่อมเยาว์

August 17, 2020

ใครที่คิดว่าไวน์บอร์โดซ์ต้องราคาแพงลิบลิ่วเสมอ คงจะยังไม่รู้จัก Mouton Cadet อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นผู้ผลิตในเครือตระกูล Rothschil อันทรงอิทธิพล โดย  Mouton Cadet มีตำแหน่งเชิงการตลาดที่แตกต่างจากไวน์ตัวอื่นๆ ของ Rothschil ตรงที่เน้นไวน์ที่มีความ fruity ราคาเข้าถึงได้ ทำให้กลายเป็น every-day-wine ชั้นเยี่ยมที่คุณไม่ควรพลาดครับ

ประวัติความเป็นมาของ Mouton Cadet

เริ่มต้นเมื่อปี 1930 ด้วยความร่วมมือระหว่างไวน์ Bordeaux และ Baron Philippe de Rothschild ซึ่งเขาเป็นทายาทคนสุดท้องของตระกูล  Rothschild อันทรงอิทธิพลของวินยาร์ดดังๆ ในฝรั่งเศสมากมายครับ หนึ่งในนั้นคือ Château Mouton Rothschild อันโด่งดัง โดยเหตุผลที่ตั้งไวน์เนอร์รี่ขึ้นมาเป็นเพราะต้องการจะนำเสนอไวน์บอร์โดซ์ที่หลากหลายกว่าเดิม และต้องการนำเสนอ อารมณ์ และความรู้สึกของไวน์  “emotion of wine-drinking”

ต่อมาในปี 1988 ภรรยาของ Baron Philippe ที่มีชื่อว่า Baroness Philippine de Rothschild ต้องการทำให้ Mouton Cadet Bordeaux เป็นที่รู้จักในระดับสากล จึงวางแผนการตลาดเชิงรุก จนทำให้กลายเป็นไวน์ที่ขายดีที่สุดในบรรดาไวน์  Bordeaux ทั้งหมด จนมาถึงในปี 2014 ที่ Baroness Philippine เปลี่ยนแปลงแบรนด์ Mouton Cadet ครั้งใหญ่ เริ่มจากเปลี่ยนดีไวน์ของฉลาก เพื่อให้ทันสมัยมากขึ้น และเปลี่ยนรสชาติของไวน์ให้มีความฟรุ๊ตตี้มากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น และเป็นแบรนด์ไวน์บอร์โดซ์ที่ราคาสุดคุ้ม เมื่อเทียบกับไวน์หลายๆ ตัวในบอร์โดซ์ครับ

ปี 2014 เป็นปีที่แสนเศร้าเมื่อ Baron Philippe de Rothschild เสียชีวิต ทำให้ตกเป็นของลูกๆ ของเขา เริ่มจากพี่ชายคนโต Philippe Sereys de Rothschild ที่ได้เป็น Chairman และมีน้องชาย และพี่สาว Camille Sereys de Rothschild และ Julien de Beaumarchais de Rothschild เป็นที่ปรึกษา นำพาไวน์ก้าวไปข้างหน้าด้วยใจรักเช่นเคยครับ

วินยาร์ด

องุ่นส่วนใหญ่มาจากวินยาร์ดหลากหลายไร่ แต่ส่วนมากแล้วมาจากพื้นที่ Saint-Estèphe และ Haut-Médoc โดยพื้นที่ Saint-Estèphe อยู่ทางเหนือของพื้นที่ขั้นเทพอย่าง Pauillac เล็กน้อย พื้นที่ส่วนมากเป็นดินเหนียว ผสมหินกรวด หินปูน ส่วนทางด้าน Haut-Médoc เป็นพื้นที่ที่ปลูกองุ่นได้หลากหลายอยู่แล้ว โดยมีดินตะกอนผสมกรวด จะเหมาะกับการปลูก Cabernet ส่วนทางด้านดินเหนียวจะเหมาะกับ Merlot รสละมุนอย่างมากครับ

ไวน์ของ Mouton Cadet

ref. bpdr.com

สำหรับใครที่อยากลิ้มลองไวน์เบอร์โดซ์ขนานแท้ ที่ผลิตโดยผู้ผลิตที่มีความเป็นมายาวนาน ในเรตราคาที่ไม่แพง รสชาติดี ดื่มง่าย นี่คือไวน์สำหรับคุณครับ ซึ่งก็มีไวน์หลากหลายรูปแบบให้เลือก

Rouge

ไวน์แดงเบลนด์สไตล์บอร์โดซ์ที่เป็นการเบลนด์ระหว่าง Merlot, Cabernet Franc และ Cabernet Sauvignon แต่จะเน้นรสชาติของ Merlot เป็นหลักครับ ซึ่งจะเป็นไวน์ที่ได้โน้ตของเรดฟรุ๊ตชัดเจน โดยเฉพาะแครนเบอร์รี่ และดิวเบอร์รี่ นอกจากนั้นยังมีโน้ตที่น่าสนใจแอบซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นแคราเมล และเครื่องเทศต่างๆ ไปจนถึงแบล็คเบอร์รี่ และเชอร์รี่ครับ เรียกได้ว่าเป็นไวน์ที่กลมกล่อมอยู่ระดับหนึ่ง และจบด้วยโน้ตที่สง่างามและละมุนมากครับ

‘Reserve’ Saint-emilion 

เป็นไวน์แดงเบลนด์ที่เน้นรสชาติของ Merlot ประมาณ 80% – 90%  ผสมกับ Cabernet Franc และ Cabernet Sauvignon โดยจะมีโน้ตของเครื่องเทศอันจัดจ้าน โดยเฉพาะพริกไทย Malabar และอบเชย ตามมาด้วยโน้ตหอมขึ้นจมูกของเรดฟรุ๊ต และแบล็คฟรุ๊ต ทั้งสตอเบแร์รี่ ดิวเบอร์รี่ และแบล็คเบอร์รี่ครับ

Heritage

หากใครที่ชอบไวน์แดงรสชาติคมเข้ม คุณจะต้องชอบไวน์ตัวนี้ นำเสนอรสชาติไวน์ที่ดั้งเดิม คลาสสิคของวินยาร์ดครับ ซึ่งจะเป็นการเบลนด์กันของ  Merlot, Cabernet Franc และ Cabernet Sauvignon เช่นเคย แต่นอกจากจะได้ไวน์ที่มีกลิ่นอายของเรดฟรุ๊ตและแบล็คฟรุ๊ตแล้ว ยังได้โน้ตอุ่นๆ ของวานิลลา อบเชย และเครื่องเทศต่างๆ อย่างเต็มที่ไปเลยครับ

Blanc

นอกจากไวน์แดงแล้ว ยังมีไวน์ขาวเบลนด์คุณภาพดีไม่แพ้กันครับ ทำจาก Sauvignon Blanc ประมาณ 60% – 70% ผสมกับ Sémillon และ Muscadelle จึงได้ไวน์สีเหลืองทอง รสชาติสดใสที่อึกแรกก็จู่โจมคุณด้วยโน้ตของพีชขาว และเลม่อน ตามมาด้วยรสชาติที่ชัดขึ้นของซิตรัสตัวอื่นๆ ตอนจบลงด้วยโน้ตอันน่าสนใจมากๆ ของน้ำผึ้ง ขี้ผึ้ง ไปจนถึงแร่ธาตุต่างๆ ครับ

Rose

สำหรับใครที่ชอบโรเซ่ดื่มคล่องๆ สบายๆ  ซึ่งเป็นการเบลนด์ที่เข้ากันอย่างมากระหว่าง Merlot และ Cabernet Sauvignon ซึ่งอุดมไปด้วยโน้ตที่เป็นเบอร์รี่อันโดดเด่น เปิดด้วยเรดเคอเรนท์ และราสเบอร์รี่ ซึ่งยิ่งลิ้มรส ค้างอยู่ในปากนานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเปิดเผยโฯ้ตอื่นๆ ออกมามากเท่านั้น เช่น โน้ตของน้ำเชื่อมเกรนาดีน ไปจนถึง เกรปฟรุ๊ตสีชมพูเลยครับ

จับคู่กับอาหารจานโปรด

สำหรับไวน์แดงที่มีความ fruity นำหน้าสามารถจับคู่กับเมนูอาหารที่หลากหลาย ตั้งแต่เนื้อสเต็กซอสกรีนเป็ปเปอร์ เนื้อแกะ อกเป็ด ไปจนถึงปลาเนื้อแน่นๆ มันเยอะๆ อย่างปลาแซลม่อน หรือปลาคอด เป็นต้นครับ

ส่วนทางด้านไวน์ขาว อย่างที่หลายๆ คนทราบนะครับว่าจับคู่กับซีฟู้ดได้ดีเยี่ยมยิ่งกว่าอะไรดี ตั้งแต่หอยเชลล์ซอสผลไม้รสเปรี้ยว ตั้งแต่ส้ม ไปจนถึงเบอร์รี่รีดักชั่น หอยนางรมทั้งสด ทอด ไปจนถึงอบ รวมถึงลิงกวีนี่หอยลาย หรือกุ้งครับ

โรเซ่ นับว่าเป็นไวน์ที่จับคู่กับเมนูได้หลากหลายมาก เหมาะกับเมนูเรียกน้ำย่อย โควด์คัท ซูชิ มากิ ไปจนถึงของหวาน เช่นราสเบอร์รี่ทาร์ตครับ

"ไวน์" ไวน์แมน - ไวน์แดง ขาว สปาร์กลิงไวน์

สั่งไวน์ ไวน์แดง ไวน์ขาว สปาร์กลิงไวน์ กับแพลตฟอร์มไวน์ชั้นนำเเห่งประเทศไทย เลือกจากไวน์คัดสรรอย่างดีกว่า 3000 ตัว ตั้งแต่ราคาเบาๆดื่มง่าย จนถึงไวน์ขั้นเทพระดับ Grand Cru มีแสตมป์ทุกขวด

บริษัทขอสงวนสิทธิ์การสั่งให้สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น ผู้สั่งต้องรับสินค้าด้วยตัวเอง พนักงานทางร้านจะต้องมีการพบหน้าผู้สั่งและตรวจสอบบัตรประชาชนและอายุโดยไม่มีข้อยกเว้น องค์ประกอบภาพและคำอธิบายทั้งหมดไม่ได้บ่งบอกถึงประเภทและสรรพคุณของเครื่องดื่ม สั่งไวน์ ไวน์แดง ไวน์ขาว สปาร์กลิงไวน์ กับแพลตฟอร์มไวน์ชั้นนำเเห่งประเทศไทย เลือกจากไวน์คัดสรรอย่างดีกว่า 3000 ตัว ตั้งแต่ราคาเบาๆดื่มง่าย จนถึงไวน์ขั้นเทพระดับ Grand Cru มีแสตมป์ทุกขวด หลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับหลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับหลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับหลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับหลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับ
preloader