fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

สำรวจโลกแห่งไวน์ Tuscany

นอกจากจะเป็นโลเคชั่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวนับแสนจากทั่วโลกแล้ว Tuscany “ทัสกานี” หรือ “ตอสคานา” ยังเป็นอีกหนึ่งทำเลทองสำหรับคอไวน์ตั้งแต่รุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ ด้วยการผสมผสานของไวน์โลกเก่าและโลกใหม่ที่แสนจะลงตัว ตั้งแต่ไวน์ Classico Chianti ไวน์ท้องถิ่นของทัสกานีที่มีเอกลักษณ์ ให้ความรู้สึกบ้านๆ แต่เสน่ห์แห่งรสชาติ ความซับซ้อนละมุมลิ้น พูดได้ว่า ไม่เป็นสองรองใคร! หรือไวน์ที่ก้าวตามเทรนด์โลกอย่าง Super Tuscan Wines ไวน์รสเลิศจากองุ่นต่างแดนเช่น Cabernet Sauvignon และ Merlot แต่เมื่อได้รสดินและแสงแดดแดนทัสกัน ก็ทำให้มีรสชาติที่ว้าวไม่แพ้ที่ไหนๆ เลยครับ


ไวน์แนะนำ



Tuscany ทัสกานี ตั้งอยู่ทางตะวันตกตอนกลางของประเทศอิตาลี ติดกับทะเลติร์เรเนียน จึงทำให้มีอากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่เมดิเตอร์เรเนียน นั่นคือร้อนแห้งช่วงหน้าร้อน และเย็นชื้นช่วงหน้าหนาว อีกทั้งยังมีพื้นที่ส่วนใหญ่กว่า 68% เป็นพื้นที่เนินเขา เพราะติดกับเทือกเขา Apennine จึงเหมาะกับการปลูกองุ่นอย่างมาก ประวัติการทำไวน์จึงมีมาอย่างช้านาน ตั้งแต่ 700 ปีก่อนคริสตศักราช แม้จะไม่ได้นับว่าเป็นพื้นที่ที่ผลิตไวน์ได้เป็นปริมาณที่มากซักเท่าไหร่ (อันดับ 8 ในอิตาลี) แต่ไวน์ทัสกานีก็ดังไม่แพ้พื้นที่อื่นๆ เลย เพราะเป็นไวน์เน้นคุณภาพ อีกทั้งยังมีระบบการแบ่งไวน์ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยกว่า 80% ของไวน์ทัสกานีคือไวน์แดง

ไวน์แดง Tuscany Red

โดยองุ่นที่เด่นที่สุดในพื้นที่นี้คือ  Sangiovese แต่ด้วยความที่มีการปลูกองุ่นนี้มาช้านานตั้งแต่ 250 ปีก่อน ทำให้ Sangiovese โดยเฉพาะในทัสคานี มีความหลากหลายอย่างมาก เช่น Morellino และ Calabrese Montenuovo ต่างล้วนจัดอยู่ในตระกูล Sangiovese ทั้งสิ้น แต่ Tuscany มีสภาพอากาศและพื้นที่ที่หลากหลาย จึงทำให้ปลูกองุ่นได้หลายสายพันธุ์ 

ไวน์ขาว Tuscany White

ไวน์ขาว แม้จะนับเป็นเพียง 20% ของไวน์ทั้งหมดใน Tuscany แต่ก็มีความหลากหลายของพันธุ์องุ่นสูงไม่แพ้พื้นที่ไหนๆ โดยส่วนใหญ่จะเป็นพันธุ์ Trebbiano เพราะเป็นพันธุ์ที่ขึ้นง่ายที่สุด ตามมาด้วย Malvasia, Vermentino, Vernaccia Chardonnay และ Sauvignon blanc

นอกจากนั้น Tuscany ยังดังในเรื่องของไวน์หวานอีกด้วย โดยเฉพาะ Vin Santo ซึ่งเป็น White Dessert Wine ทำจากองุ่น Trebbiano และ Malvasia Bianca หรือหากเพิ่ม Sangiovese เข้าไปก็จะทำให้เป็น โรเซ่

เพิ่มรสชาติให้ซับซ้อนมากขึ้นครับ

เข้าใจ Classification ของไวน์ Tuscany

เป็นที่รู้กันอยู่ถึงความอนุรักษ์นิยมของชาวอิตาลี ซึ่งกับไวน์ก็ไม่เว้น การจัด Classification ของไวน์อิตาลี โดยเฉพาะใน Tuscany จึงมีความสลับซับซ้อนขึ้นมาเล็กน้อยครับ

DOCG (Denominazione di Origine Controllata e Garantita) – คือไวน์ที่ดีที่สุด รับประกันตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต วัตถุดิบ และรสชาติ ได้รับการรับรองจากรัฐบาล

DOC (Denominazione di Origine Controllata) – ไวน์ส่วนใหญ่ที่จะว่าเป็น Traditional Italian Style Wine จะถูกจัดไว้ในระดับนี้ ซึ่งคุณภาพดี แต่ยังไม่โดดเด่นเท่า DOCG 

IGT (Indicazione Geografica Tipica) – ถูกตั้งขึ้นในปี 1992 มักจะถูกใช้กับไวน์เบลนด์ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน หรือไวน์ท้องถิ่นต่างๆ

Vino da Tavola – แปลตรงตัวจากภาษาอิตาเลี่ยนว่า ‘Table Wine’ แม้ว่าจะเหมือนว่าคุณภาพต่ำที่สุด แต่ก็ทำให้ผู้ผลิตสามารถทดลอง ผสมผสานความแปลกใหม่ของรสชาติเข้าไปในไวน์ ทำให้ได้ไวน์ที่แหวกแนวกว่าระดับอื่นๆ ครับ

Super Tuscans – เป็น Classification ที่ถูกทำแยกออกมาในปี 1970 ซึ่งเป็นหลักประกันสำหรับไวน์ยอดเยี่ยมใน Tuscany แต่ทำผิดกฎหรือวิถีปฎิบัติของอิตาลี เช่นใช้พันธุ์องุ่นที่ไม่ได้มาจากอิตาลี หรือใช้วิธีปลูกที่แตกต่างออกไป ซึ่งเป็นไวน์ที่ทั่วโลกยอมรับ และมีราคาสูง โดยก่อนที่จะมี Super Tuscans ไวน์จำพวกนี้จะตกไปอยู่ในจำพวก IGT หรือ Vino da Tavola ซึ่งนับว่าเสียของอย่างมาก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ต้องมีการนิยาม Super Tuscans ขึ้นมาใหม่นั่นเองครับ 

แผนผัง Tuscany Wine

โชคดีสำหรับคอไวน์หลายๆ คนนะครับ เพราะ Tuscany เป็นเมืองท่องเที่ยว จึงทำให้การเข้าสู่แหล่งผลิตไวน์ชั้นนำเป็นเรื่องง่าย โดยหลายที่ที่ทำเป็นวินยาร์ดสำหรับผลิตไวน์จริงๆ และอีกส่วนหนึ่งเป็นสำหรับนักท่องเที่ยว สามารถซื้อ ดื่ม หรือแม้แต่เบลนด์ไวน์เองได้เลยก็มี โดยหลักๆ จะแบ่งพื้นที่ตามนี้ครับ

Montalcino

ตั้งอยู่ทางตะวันตกของอิตาลี ห่างจาก  Siena  แค่ 50 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มองเห็นไร่องุ่นรอยล้อมเมืองอิฐเก่าอันสวยงาม พร้อมทั้งไวน์คุณภาพเยี่ยม เต็มไปด้วยไร่เด่นๆ ของอิตาลีมากมาย

Biondi Santi – อาจนับเป็นโบราณสถานแห่ง Montalcino ได้เลย เพราะเจ้าของดั้งเดิมแห่งสถานที่นี้คือ  Ferruccio Biondi Santi นักทำไวน์ชื่อดัง ผู้เป็นต้นกำเนิดของ Brunello di Montalcino ไวน์ที่ทำจาก  Sangiovese อิตาเลี่ยนดั้งเดิม 100% โดดเด่นด้วยรสชาติผลไม้เบอร์รี่ รสชาติคมเข้ม  tannin สูง และ acidity สูง ซึ่งหาก Brunello di Montalcino ที่ยังไม่ผ่านการบ่ม จะมีโน๊ตเด่นของเชอร์รี่ แครนเบอร์รี่แห้ง สตอเบอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่ และ ชะเอมเทศ ซึ่งหาก ageing เสียหน่อย จะเพิ่มมิติของโน๊ตฟิกแห้ง เฮเซลนัท และหนังแห้ง  tannin และacidity จะนุ่มนวลและฉ่ำขึ้น

Banfi – ออกนอกเมืองมาเพียง 20 นาทีก็จะเจอกับไร่นี้ ซึ่งผลิตไวน์คุณภาพ ฉบับดั้งเดิมของอิตาเลี่ยนเช่นกัน ตั้งแต่ไวน์ขาว Pinot Grigio รสละมุม ไปจนถึง Brunello di Montalcino รสดุดัน

Podere le Ripi – เจ้าของคือ Francesco Illy ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจกาแฟยักษ์ใหญ่แห่งอิตาลี ที่ขยายเครือข่ายของตนมาทำไวน์ ด้วยพื้นที่ของไร่กว่า 130 ไร่ ไต่ระดับขึ้นไปบนเนินเขาทำเลทองของ Montalcino ทำให้ไม่แปลกที่จะมีไวน์คุณภาพออกมาให้ได้ลิ้มลองไม่หยุดหย่อน เช่น Rosso Toscana และ Rosso di Montalcino ไวน์คุณภาพ ที่มาพร้อม Modean Twist นั่นเองครับ

ไวน์ Chianti

Chianti เป็นพื้นที่ที่อาจไม่ได้ถูกนิยามไว้ชัดเจน แต่ตีกรอบได้คร่าวๆ ว่าอยู่ระหว่าง Florence และ Siena ไปจนถึงทางฝั่งตะวันตกของ Valdarno และทางตะวันออกของ Val d’Elsa ซึ่งจะเป็นพื้นที่ชนบทที่เขียวขจี อุดมสมบูรณ์ พร้อมทั้งมีเนินเขา และพื้นต่างระดับอันเอื้ออำนวยต่อการปลูกองุ่นอย่างถึงที่สุด

หลายๆ คนอาจคุ้นชื่อ Chianti (คิ-อาน-ที) อยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย เพราะหากคุณคุ้นเคยกับหนังเรื่อง Silence of the Lambs หรือหากคุณเป็นคอไวน์ก็จะต้องรู้จัก Chianti ด้วยเอกลักษณ์ของขวดทรงแพร์ที่พันด้วยฟางแห้ง เสริมสร้างภาพลักษณ์หยาบๆ ติดดิน แต่มาพร้อมรสชาติที่ลึกล้ำ 

Chianti ทำจาก Sangiovese เป็นหลัก อาจมีผสม Canaiolo, Colorino, Cabernet Sauvignon หรือแม้กระทั้ง Merlot ลงไปบ้าง

โน๊ตเด่นๆ คือผลไม้สีแดง สมุนไพรแห้ง น้ำส้มสายชูบัลซามิก รวมถึงกลิ่นควันและเนื้อสัตว์ปีก โดยหากผ่านการ Ageing อาจเพิ่มโน๊ตของซาลามิแห้ง เอสเปรสโซ และใบยาสูบหวาน เข้าไปได้ด้วยครับ ซึ่งโน๊ตต่างๆ ล้วนเข้ากับอาหารอิตาเลี่ยนได้ดี โดยเฉพาะเมนูที่ชูรสของมะเขือเทศ จึงทำให้ Chianti เป็นหนึ่งในไวน์ที่เป็นที่นิยมที่สุดในอิตาลีครับ

ไวน์ Bolgheri

เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ฝั่งตะวันตกของประเทศอิตาลี ติดกับชายฝั่งทะเลลิกูเรียน จึงมีสภาพอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนเต็มตัว อากาศที่ร้อนชื่นจึงไม่เหมาะกับการปลูก Sangiovese เหมือนอย่าง Montalcino หรือ  Chianti แต่ภายหลังได้มีนักทำไวน์นำพันธุ์องุ่นจากฝรั่งเศสเข้ามาลองปลูกเช่น Cabernet Sauvignon และ Merlot ผลปรากฎว่าปลูกได้ดี จนได้จุดประกายไวน์ Super Tuscans ขวดแรกขึ้น และทำให้พื้นที่นี้เป็นจุดมุ่งหมายของคอไวน์ไปโดยปริยาย

Scansano

อยู่ทางใต้สุดของ Maremma ทางตะวันตกตอนกลางของอิตาลี Scansano เป็นเมืองเล็กๆ มักอยู่นอกเรดาร์ของนักเดินทางทั่วไป แต่ในเมืองเล็กๆ นี้มีไวน์ระดับ DOCG อย่าง Morellino di Scansano อยู่ด้วย จึงเป็นที่เสาะหาอย่างมากของคอไวน์หลายๆ คนครับ

โดย Morellino คือคำที่เรียกองุ่นตระกูล Sauvignon แต่เป็นพันธุ์ท้องถิ่นของอิตาลี หลักๆ ไวน์ Morellino di Scansano จึงทำจากองุ่น Sauvignon รสชาติสดชื่น สดใส พร้อมโน๊ตของเชอร์รี่

วิธีการเลือก Tuscany Wine

มาถึงจุดนี้ ก็คงเห็นแล้วนะครับ ว่าไวน์ทัสคานีมีความซับซ้อน and variety ไม่แพ้พื้นที่อื่นๆ เลย หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วอย่างนี้จะหาไวน์คุณภาพดี แบบไม่ต้องเปลืองเงินได้อย่างไร เรามีคำตอบครับ

ราคาแพง ไม่ได้เท่ากับคุณภาพดีเสมอไป – โดยเฉพาะหากคุณได้มีโอกาศไปซื้อไวน์ที่ Tuscany เลย เพราะเป็นพื้นที่ที่คนดื่มไวน์กันเหมือนดื่มน้ำเปล่า ทำให้ไวน์ราคาถูกมาก บางครั้งราคาไวน์ประมาณ 500-1000 บาทต่อขวด ก็จัดอยู่ในเกณฑ์ที่รสชาติดี ได้นะครับ ฉะนั้นอย่ามัวแต่เสาะหาไวน์ราคาแพงอย่างเดียวนะครับ

ลอง DOCG และ DOC ซักครั้ง หากไม่ได้ลองไวน์ดั้งเดิมสุดคลาสสิคจริงๆ ของ Tuscany แบบท๊อปเกรดจริงๆ ก็พูดไม่ได้เต็มปากว่าคุณได้สัมผัสไวน์อิตาลีที่แท้จริง เพราะหากเทียบกับ bordeaux หรือ Burgundy ในเกรดเดียวกัน ราคาก็ไม่ได้แพงขนาดนั้นครับ

IGT ไม่ได้แย่เสมอไป – การ Classification จะจัดไวน์ IGT ในระดับ 3 ซึ่งอาจดูค่อนข้างต่ำ แต่แท้จริง ไม่ได้แปลว่าไวน์เกรดนี้รสชาติแย่นะครับ (super tuscan is also IGT) เพียงแค่อิตาลีมีมาตรฐานที่เข้มงวด ทำให้ไวน์ดีๆ บางตัวไม่ผ่านเกณฑ์อาจอยู่ IGT แต่ก็ยังมีรสชาติที่โดดเด่นครับ ซึ่งการตามหา IGT คุณภาพที่ง่ายที่สุดคือ การดูที่วิธีการตั้งชื่อไวน์ หากมีในลักษณะนี้ :

“Luce Della Vite “Lucente” Toscana”

ชื่อที่ระบุใน “__” เป็น original name ที่ผู้ผลิตตั้งให้ไวน์ แสดงว่าเป็นไวน์ที่มี character เฉพาะ ควรค่าแก่การลองครับ

ทั้งหมดทั้งสิ้น คือสาเหตุว่าทำไม Tuscany Wine สามารถครองใจคอไวน์หลายๆ คนได้ตลอดมา ด้วยไวน์คุณภาพเยี่ยม ที่เต็มไปด้วยความแปลกใหม่ แต่ก็ไม่เคยทิ้งขนบธรรมเนียบเก่าๆ บวกกับแสงแดด บ้านเก่าๆ และไร่องุ่น อันสวยงาม ทำให้ทั้งโลกต้องหลงไหลกับ Tuscany 

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader