fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

Sassicaia อาวุธลับของสุดยอดไวน์อิตาเลี่ยน

Sassicaia ก็ถือว่าเป็นผู้บุกเบิกไวน์ Super Tascun รายสำคัญของอิตาลีเลยครับ โดยถึงแม้ว่า Sassicaia จะไม่ได้มีความเป็นมายาวนานเป็นร้อยเป็นพันปีเหมือนกับตระกูลอื่นๆ แต่ว่าผลงานก็โดดเด่นไม่แพ้ใคร ด้วยพื้นที่ที่เป็นเอกลักษณ์ ผลิตไวน์ที่คุณภาพโดดเด่นจนนักวิจารณ์เคยเทคะแนนให้ 100 เต็มกับไวน์ Sassicaia มาแล้ว! 


ไวน์แนะนำ



ประวัติความเป็นมาของ Sassicaia

Sassicaia เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ Tenuta San Guido ซึ่งนอกจากโด่งดังเรื่องไวน์ Super Tuscan แล้ว ยังมีชื่อเสียงเรื่องม้า และนกอีกด้วยครับ ซึ่งแม้ Tenuta San Guido จะเริ่มธุรกิจไวน์ทีหลัง แต่ก็โด่งดังไม่แพ้ผู้ผลิตไวน์อิตาเลี่ยนที่แสนเก่าแก่เลยครับ โดยเริ่มต้นเมื่อปี 1920 เมื่อเจ้าของกิจการ  Tenuta San Guido ที่มีชื่อว่า Marchese Mario Incisa della Rocchetta ประสงค์ที่จะปลูกองุ่น ทำไวน์ดื่มทานกันเองภายในครอบครัว จนเมื่อปี 1940 เขาจึงตกลงซื้อที่พื้นที่ Tenuta San Guido บริเวณชายฝั่ง Tyrrhenian coast เขาทดลองกับพันธุ์องุ่นหลากหลายจนสุดท้ายก็ได้องุ่น Cabernet Sauvignon จากฝรั่งเศส ซึ่งปลูกได้ดีในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการปลูกองุ่นสายพันธุ์อิตาลีดั้งเดิมอย่าง Sangiovese  และ Nebbiolo ไปด้วยครับ

ถึงแม้ว่า Marchese จะลองนำไวน์ของตนออกไปสู่สาธารณะอยู่บ้าง แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นที่ยอมรับในหมู่นักดื่มชาวอิตาเลี่ยนเท่าไหร่ ทำให้ตั้งแต่ปี 1948 ไปจนถึง 1967 ไวน์ของ Tenuta San Guido ถูกบริโภคกันในวงใน เพื่อนฝูง และเครื่องญาติเท่านั้นครับ

ซึ่งต่อมา Marchese ได้พัฒนาอาคารเก็บไวน์ใหม่ที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้คุณภาพของไวน์ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งเพื่อน และครอบครัวของเขาต่างอยากให้ Marchese เริ่มผลิตไวน์เพื่อในเชิงพาณิชน์ จนในที่สุดในปี  1968 ไวน์ภายใต้ชื่อ Sassicaia จึงถูกขายอย่างแพร่หลาย และได้การยอมรับเป็นอย่างดี ถึงขนาดมีการเปรียบเทียบคุณภาพไวน์ Sassicaia กับ Premier Cru ของบอร์โดซ์ครับ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาไวน์ Sassicaia ก็ถูกพัฒนาทั้งคุณภาพและปริมาณทางการผลิต จนกลายเป็นหนึ่งในไวน์อิตาเลี่ยนที่น่าจับตามองมากๆ ครับ!

พื้นที่ของ  Sassicaia

วินยาร์ดของ Sassicaia ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 560 ไร่ ในเขตที่เรียกว่า Maremma ซึ่งอยู่ในแคว้นทัสคานี โดยได้รับ DOC appellation เป็นของตนเอง อันมีชื่อเรียกว่า Bolgheri Sassicaia ซึ่งเป็นพื้นที่ที่โด่งดัง และเต็มไปด้วยวินยาร์ดดังๆ มากมาย หนึ่งในนั้นคือินยาร์ดของ Ornellaia เป็นต้นครับ

โดยพื้นที่มีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี เพราะหน้าร้อนจะได้อิทธิพลจากลมทะเลเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ ส่วนหน้าหนาวจะได้แนวเขาคอยบังลมหนาวที่พัดมาจากทางทิศเหนือครับ นอกจากนั้นสภาพดินก็เป็นสิ่งสำคัญมากครับ โดยพื้นที่ของวินยาร์ด Sassicaia เป็นพื้นที่ที่มีการยกตัวสูงขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้มีสภาพดินที่มีเอกลักษณ์มากกว่าพื้นที่ราบอื่นๆ ซึ่งตรงจุดนี้ถูกพิสูจน์แล้วในงานวิจัยของมหาวิทยาลัย Pisa อันเป็นข้อพิสูจน์ว่าทำไมองุ่นของ Sassicaia จึงมีเอกลักษณ์ ตั้งแต่มีระดับน้ำตาล tannin และรสชาติที่เข้มข้นกว่าองุ่นทั่วไปนั่นเองครับ

ไวน์ของ Sassicaia

เน้นไปที่การผลิตไวน์แดงเบลนด์สไตล์บอร์โดซ์ หรือที่รู้จักกันในนาม Super Tuscan ในหมู่ไวน์อิตาลีครับ โดยจะเป็นการเบลนด์ระหว่างพันธุ์องุ่น Cabernet Sauvignon และ Cabernet Franc ซึ่งส่วนมากจะเน้นไปที่ Cabernet Sauvignon ที่ประมาณ 70% – 85% ครับ ซึ่งรสชาติของไวน์จะแตกต่างไปในแต่ละวินเทจน์ครับ

Sassicaia, 1985

พูดถึงไวน์ Sassicaia ก็ต้องขอพูดถึงวินเทจน์นี้ก่อนเลย เพราะอาจเรียกว่าเป็นปีที่ทำให้ Sassicaia โด่งดังไปทั่วโลก โดยมีสภาพอากาศที่อบอุ่นสม่ำเสมอทั้งปี ด้วยปริมาณน้ำฝนน้ำ และหน้าร้อนที่ร้อนมากๆ ทำให้องุ่นมีรสชาติเข้มข้น

ไม่ใช่แค่ James Suckling ที่ให้ไวน์ตัวนี้ไป 100 คะแนนเต็ม แต่ Robert Parker และนักวิจารณ์สำนักอื่นก็ต่างเทใจให้ไวน์ตัวนี้ ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยเลยนะครับ

“เคอเรนท์ แบล็คเบอร์รี่ แบล็คเชอร์รี่ และชะเอมเทศ รวมไปถึงมิ้นท์ ส่งกลิ่นหอมอบอวน ด้วยรสสัมผัสนุ่มนวลเย้ายวน หนักแน่นและสมดุลในเวลาเดียวกัน เป็นไวน์ที่แอบซ้อนทุกอย่างเอาไวน์ รอคอยให้คุณมาค้นพบ ทำให้ผมนึกถึง 1959 Latour เต็มไปด้วยรักอันหวานหอม ที่ควรค่าต่อการขนานนามว่าเป็นไวน์ในตำนาน ควรค่าแก่การตื่มอย่างยิ่ง” – James Suckling

Sassicaia, 1998

เป็นปีที่มีฝนไม่มาก อากาศร้อนพอประมาณ จึงได้องุ่นรสชาติเข้มข้น รสชาติยอดเยี่ยมโดดเด่นกว่าปีอื่นๆ ครับ

James Suckling ให้ไป 98 คะแนน

“นี่คือไวน์สุดยอดไวน์ Sassicaia ที่ดีที่สุด ตั้งแต่วินเทจน์ขั้นเทพปี 1985 ซึ่งเป็นไวน์รสชาติเข้มข้นทุกขณะ มีหลายเลเยอร์ ซับซ้อน ทรงพลัง และสวยงามด้วยโน้ตของใบยาสูบ เบอร์รี่ พลัม และเคอเรนท์ เป็นไวน์ full-bodied ที่มี tannin ชัดเจน ตอนจบยาวนาน งดงาม และตราตรึง ดื่มได้เลยทันที หรือจะเก็บไวน์ ก็ได้แล้วแต่คุณเลย!” – James Suckling

Sassicaia, 2009

เป็นปีที่มีอากาศดีทั้งปี ซึ่งอาจมีอุณหภูมิต่ำกว่าระดับอุณหภูมิมาตรฐานซักเล็กน้อย ทำให้ได้ไวน์ที่มีรสชาติสมดุล และโดดเด่นอย่างมากครับ

James Suckling ให้ไป 98 คะแนน

“มีรสชาติที่ค้างอยู่บนลิ้นที่ยาวนาน เข้มข้น และสุดยอดมากๆ เต็มไปด้วยความซับซ้อนที่เกิดขึ้นมากมายในไวน์ พร้อมความหนักหนวงที่สมดุล สวยงาม เต็มปากเต็มคำด้วยความชุ่มฉ่ำ และโน้ตของผลไม้ที่ดึงรสชาติยาวนาน แข็งแกร่งและอ่อนช้อย ยิ่งเอจจิ้ง ก็จะยิ่งอร่อยขึ้นเรื่อยๆ” – James Suckling

วินเทจน์อื่นๆ ที่น่าจับตามองสำหรับ Sassicaia: 2016, 2007, 2006, 2004, 2003, 2001, 1999, 1996, 1995, 1990, 1988, 1982, 1978 และ 1975

จับคู่ไวน์ Sassicaia กับเมนูโปรดของคุณ

จับคู่กับเมนูที่เป็การต้ม หรือการตุ๋นได้เป็นอย่างดีครับ ตั้งแต่เมนูสตู หรือเนื้ออบ ไปจนถึงชีสที่ผ่านการเอจจิ้งมาอย่างยาวนาน เช่นบลูชีสเป็นต้น โดยเมนูหนึ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการจับคู่กับ Sassicaia คือ Osso Bucco ซึ่งเป็นสตูสไตล์มิลาน ตุ๋นเนื้อน่องลายกับหอมหัวใหญ่ แคร์รอต ใบไทม์ กระเทียม โรสแมรี มะเขือเทศ และไวน์แดง จนเนื้อนุ่มละลายในปากทานคู่กับข้าวรีซอตโตหรือมันบดรสละมุน

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader