fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

ทำไมต้อง swirl ไวน์?

การดื่มไวน์ดูเป็นอะไรที่ง่ายใช่ไหมละครับ เเต่คนรักไวน์จะรู้ดีครับว่า การดื่มไวน์นั้นไม่ใช่เเค่รินไวน์ใส่เเก้วเเล้วดื่ม ก็เเหง๋ละครับ ไวน์นะไม่ใช่น้ำเปล่า เขาเป็นเครื่องดื่มที่มีพิธีรีตอง ซึ่งขั้นตอนในการดื่มนั้นเเบ่งเป็น 1.ใช้ตามอง 2.ดมกลิ่น 3.ชิมรสชาติ เเละหนึ่งอย่างที่เเทรกอยู่ในนั้นคือ การหมุนเเก้ว (swirling) โดยขั้นตอนนี้จะเป็นการที่เราจับเเก้วไวน์ขึ้นมาหมุนก่อนที่คุณจะดมไวน์นั้นเอง ว่าเเต่ทำไมเราต้อง swirl ไวน์ละ?  มาดูกัน

ไวน์แนะนำ

 

ปลดปล่อยกลิ่นหอม

ลองคิดภาพตอนที่คุณทำอาหารนะครับ เวลาที่คุณใส่วัตถุดิบลงไปในกระทะก็ดูเหมือนไม่มีอะไรใช่ไหมครับ เเต่พอคุณเริ่มผัดเท่านั้นเเหละ กลิ่นก็หอมฟุ้งกระจายไปทั่ว ก็เหมือนกับไวน์เเหละครับ เมื่อคุณ swirl  เเก้วไวน์ แอลกอฮอล์จะระเหยออกจากไวน์ เเละทำให้สารประกอบของกลิ่นนับร้อยชนิดนั้นกระจายไปในอากาศ เป็นสารที่ทำให้ไวน์มีกลิ่นหอม เเละเมื่อสารพวกนี้สัมผัสกับอากาศ กลิ่นที่ซับซ้อนของไวน์ก็จะถูกปลดปล่อยออกมา โดยทั่วไปแล้วจะทำให้ไวน์มีกลิ่นสดชื่นและฟรุ๊ตตี้มากขึ้น อย่าง California Cabernet เข้มๆ เมื่อ swirl เเล้ว กลิ่นแบล็คเบอร์รี่, ซีดาร์และวานิลลาก็จะลอยเเตะจมูกเเบบสะใจเลยละครับ ให้ความรู้สึกฟินไม่น้อยเลยทีเดียว

 

นอกจากนี้ก็ยังเกี่ยวข้องรูปทรงของเเก้วอีกด้วย สังเกตุไหมครับ ทำไมผมถึงย้ำนักย้ำหนาว่าให้ใช้เหมาะสมกับไวน์ เพราะเมื่อ swirl เเล้ว กลิ่นจะได้ออกมาอย่างเต็มที่ยังไงละครับ อย่างเเก้วสำหรับไวน์ที่หอมฟุ้งปากเเก้วก็จะกว้างกว่า เเต่ถ้าเป็นเเก้วสปาร์คกลิ้งไวน์ก็อาจจะไม่ต้องกว้างมาก ฉะนั้นจะดื่มไวน์อะไรก็ศึกษาเรื่องเเก้วให้ดีนะครับ

 

พัฒนารสชาติ

นอกจากจะทำไวน์หอมของคุณหอมเว่อร์ๆเเล้ว การ swirl ก็มีผลต่อรสชาติของไวน์ไม่เบาเลยนะครับ เพราะเมื่อไวน์เจอกับอากาศ อากาศก็จะเข้าไปรวมตัวกับสารประกอบของรสขาติต่างๆในไวน์ อย่างเช่นสารประกอบของแทนนินที่เมื่อเจอกับอากาศ เท็กเจอร์ไวน์ก็จะมีความละมุนขึ้น เป็นเหตุผลเดียวกับการที่ไวน์ที่อายุน้อยต้องมีการ decant ก่อนดื่มไงละครับ ไม่งั้นละฝาดคอเเย่

เห็นลักษณะไวน์ชัดขึ้น

การ swirl จะทำให้ลักษณะภายนอกของไวน์นั้นชัดเจนขึ้น ส่งผลให้คุณสามารถเดาได้ว่าภายในของไวน์จะเป็นยังไง ซึ่งลักษณะภายนอกเหล่านี้รวมไปถึงสี ขาไวน์ เเละฟอง มาดูกันครับว่าทำไมถึงสำคัญ

สี: การ swirl ช่วยให้ไวน์มีการไล่ระดับเฉดสี ทำให้คุณมองเห็นสีได้ง่ายขึ้น เเถมเป็นการช่วยบอกด้วยว่าไวน์ที่คุณดื่มเป็นยังไง เพราะสีของไวน์ก็บอกสไตล์ของไวน์มาเป็นนัยๆอยู่เเล้ว อย่างเช่น ไวน์เเดงสีเข้มจะมี body หนัก เเทนนินดุดันกว่าไวน์เเดงที่สีอ่อน

ขาไวน์: เมื่อคุณ swirl ไวน์ คุณจะเห็นขาไวน์ ซึ่งนี่เป็นตัวบ่งบอกความเข้มเเละหนืดของไวน์ ซึ่งถ้าคุณหมุนเเก้วเเล้วเห็นขาไวน์ชัดเเสดงว่าไวน์นั้นมีเเอลกอฮอล์หรือน้ำตาลสูงนั่นเอง

ฟอง: การหมุนไวน์จะช่วยให้คุณสังเกตุได้ว่าไวน์มีฟองขึ้นมาหรือเปล่า ถ้าคุณดื่มไวน์ที่ซ่ามีฟองนิดๆ อย่างไวน์อิตาเลี่ยน Frizzante คุณก็จะเห็นฟองเล็กๆตอน swirl เเต่ถ้าเป็นสปาร์คกลิ้งไวน์จ๋าเลย ไม่ค่อยเเนะนำเท่าไหร่ เพราะความซ่าจะลอยหายไปกับอากาศเเทน

 

การ swirl เเบบมือโปร

ถ้าคุณอยากจะให้การ swirl ของคุณดูโปร ลองฝึกโดยการรินน้ำเปล่าใส่เเก้วเเทนไวน์ไปก่อนใส่ หลังจากนั้นให้คุณชู้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ขึ้นมาครับ นำ 2 นิ้วของคุณไปจับที่ก้านของเเก้ว ตรงใกล้ฐานเเก้วนะครับ ไม่ต้องจับสูงมากนะครับ ค่อยๆคอนโทรลองศาของข้อมือเเล้วเริ่มหมุนเเก้วเป็นวงกลมเบาๆ ถ้าใครยังไม่เเม่นพอ ก็ลองวางบนโต๊ะเเล้วหมุนก็ได้ครับ ข้อควรระวังคือ อย่าจับตัวเเก้วทั้งหมดนะครับ เพราะอุณหภูมิจากร่างกายของคุณจะทำให้ไวน์อุ่นขึ้นได้ครับ 

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader