fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

ชีวิตเซ็กส์ ขององุ่นไวน์

ลองคิดภาพดูนะครับ! ฤดูใบไม้ผลิ อากาศอบอุ่น อบอวนไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ ลมอ่อนๆ พัดโชย ช่างเป็นบรรยากาศเย้ายวน รัญจวนใจ เหมาะอย่างยิ่งที่จะ… ผสมพันธุ์! … ผมหมายถึงองุ่นนะครับ (อย่าคิดลึกสิครับ!) เพราะไม่ใช่คน สัตว์อย่างเดียวที่ต้องการเซ็กส์ แต่องุ่นในไวน์ของคุณก็ต้องการด้วยเช่นเดียวกัน มาดูกันเลยว่าองุ่นแพร่พันธุ์กันอย่างไร?

ช่วงเวลาแห่งเซ็กส์

ช่วงเวลาที่องุ่นจะทำการขยายพันธุ์ในวินยาร์ด เป็นช่วงที่แสนพิเศษ กิ่งก้านขององุ่นจะค่อยๆ แตกดอกสีขาว พร้อมมีละอองเกษรกระจัดจายอยู่ทั่วพื้นที่ ส่งกลิ่นหอมเย้ายวน  ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพอากาศทุกอย่างต้องเป็นใจ อากาศอบอุ่นพอดี ประมาณ 15 – 20 องศาเซลเซียส (59-68 องศาฟาเรนไฮต์) ห้ามหนาวเกิน หรือร้อนเกิน ลมไม่แรงเกินไป ไม่มีฝนตก ต้นองุ่นที่แสนเรื่องมาก เล่นตัวจึงเริ่มออกดอก เข้าสู่ช่วงเวลาที่เหมือนกับทั้งวินยาร์ดกำลังมีเซ็กส์ที่แสนอ่อนโยน งดงาม เรียกว่าช่วง Flowering ครับก่อนที่จะออกผลเป็นองุ่นที่สมบูรณ์ครับ

Tips – กลิ่นของดอกองุ่นมีความหอมสดชื่น ออกซิตรัส มะนาวหน่อยๆ พร้อมมีกลิ่นหอมลาเวนเดอร์ และวานิลลาอ่อนๆ เป็นกลิ่นที่ยากจะอธิบาย แต่ถือว่าเป็นกลิ่นที่เย้ายวนมากๆ มีฤทธิ์เป็นยากระตุ้นความต้องการทางเพศ (Aphrodisiac) ที่ถูกใช้ในน้ำหอมสมัยก่อนค่อนข้างเยอะครับ  

flowering สำคัญอย่างไร?

โดยการดูแลต้นองุ่น จะกลายเป็นเรื่องสำคัญมากๆ เป็นทวีคูณในช่วง flowering เพราะจะมีผลอย่างมากต่อปริมาณผลผลิตที่ได้ในวินเทจนั้นๆ ยิ่งดอกองุ่นบานได้เยอะโดยไม่มีฝน หรือลมมารบกวน องุ่นก็จะออกผลมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงยิ่งสภาพอากาศดี อุณหภูมิถูกต้อง องุ่นจะยิ่งมีกลิ่นหอมละมุน รสชาติชุ่มฉ่ำ 

นั่นเป็นสาเหตว่าทำไมในช่วง flowering บางวินยาร์ดถึงต้องมีการนำพัดลมใหญ่ๆ มาพัดสร้างการระบายอากาศที่ดี หรือหากบางปีอากาศหนาวเกิน หรือมีฝน ต้นองุ่นจะต้องถูกคลุม ปกป้อง หรือใช้ฮีตเตอร์ทำให้อากาศอบอุ่นขึ้นเลยทีเดียว ไปจนถึงหากบางปีแล้งเกิน คนปลูกองุ่นจะต้องทะยอยรดรากต้นองุ่นทีละต้น โดยหากรดแรงๆ ไปอาจทำให้ดอกองุ่นหลุดร่วงหมด แสดงให้เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของการผสมพันธุ์ขององุ่นครับ!

ช่วงเวลา จะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งนะครับ

หากเป็นประเทศจากซีกโลกเหนือ (ประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป และอเมริกาเหนือ) ช่วงเวลา flowering จะเกิดประมาณเดือนพฤษภาคม

หากเป็นประเทศจากซีกโลกใต้ (ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอเมริกาใต้)  จะเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายนครับ*

*ทั้งนี้ทั้งนั้นช่วงเวลาสืบพันธุ์ขององุ่นไวน์ก็จะต้องขึ้นอยู่กับสายพันธุ์องุ่น และสภาพอากาศด้วยนะครับ จึงยากในการเหมารวม ต้องดูเป็นไร่ต่อไร่ไปครับ

#Fact 1 : จุดเริ่มต้น ชีวิตรักองุ่นป่า

ก่อนจะไปพูดถึงองุ่นสำหรับผลิตไวน์กันจริงๆ เราจะต้องเข้าใจความสัมพันธุ์ขององุ่นป่า ก่อนที่จะถูกปรับแต่งพันธุกรรมกันก่อนนะครับ องุ่นป่าที่เติบโตตามธรรมชาติ จะถูกแบ่งออกเป็นต้นผู้หญิง และต้นผู้ชาย ชีวิตรักขององุ่นจึงไม่ต่างอะไรจากคนเท่าไหร่ โดยการผสมพันธุ์จะเป็นไปตามขั้นตอน เกษรตัวผู้จะต้องมาผสมกับเกษรตัวเมีย ต้นองุ่นตัวเมียจึงจะสามารถเริ่มออกดอก และหากสภาพอากาศเป็นใจ จากดอกก็จะค่อยๆ กลายเป็นผลองุ่นสุกงอม 

ฉะนั้นการที่องุ่นป่าจะสามารถออกผลได้ จำเป็นที่จะต้องมีต้นองุ่นที่เป็นเพศชาย ปลูกอยู่ใกล้ๆ ต้นองุ่นที่เป็นเพศหญิง โดยเพศหญิงจะเป็นต้นเดียวที่สามารถออกผลได้ ในขณะที่เพศชายจะไม่สามารถออกผลองุ่นได้

นี้เป็นสาเหตุว่าทำไมปัจจุบันนี้จึงไม่นิยมปลูกองุ่นป่าในเชิงพาณิชน์ครับ เพราะนอกจากจะออกผลผลิตยากแล้วยังมีลูกเล็ก กลิ่นหอมรุนแรง แต่ tannin สูงลิบ เปลือกหนามากๆ ครับ

#Fact 2 : องุ่นในไวน์ที่เราดื่มอยู่ทุกวันนี้เป็นกะเทย!!

พ่อองุ่นถูกปลูกเชิงพาณิชน์มากขึ้น หากต้องปลูกองุ่นเพศชายคู่กับเพศหญิงก็คงยุ่งยาก แถมต้องเสียผลผลิตไปกว่าครึ่งในส่วนของต้นเพศชายที่ไม่ออกผล นักพฤกษศาสตร์จึงพัฒนาให้องุ่นที่เราปลูกๆ อยู่ทุกวันนี้ เป็นองุ่นที่เป็นทั้งชายและหญิงในต้นเดียว เรียกว่าเป็น Hermaphroditic เป็นองุ่นที่จะมีอวัยวะสืบพันธุ์ของทั้งชายและหญิงในตัวเดียว ทำให้องุ่นเดี๋ยวนี้สามารถผลิดอก ออกผลได้หมด แถมยังเป็นพืชที่กระจายเกษรได้ดี ไม่ต้องอาศัยแมลง ผึ้งต่างๆ ในการขยายพันธุ์อีกด้วยครับ

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader