fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

Rosé 1O1 โรเซ่มีสไตล์อะไรบ้าง? 

แฮปปี้โรเซ่ เดย์ นะครับ!! สำหรับคนไทยที่นิยมไวน์แดง แล้วมองข้ามโรเซ่ ผมขอให้วันนี้เป็นวันที่ทุกคนเปิดใจให้ไวน์สุด underrate อย่างโรเซ่หน่อยนะครับ เพราะเป็นไวน์ที่ขึ้นชื่อว่าจับคู่กับอาหารได้หลากหลายที่สุด แถมยังมีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ มีสี มีรสชาติที่แตกต่าง น่าค้นหา ฉะนั้นวันนี้ผมจะพาทุกคนมาดูกันครับว่าโรเซ่ที่นิยมดื่มกัน มีสไตล์อะไรบ้าง และส่วนมากใช้องุ่นอะไรทำโรเซ่ได้บ้างครับ!

 

ไวน์แนะนำ

โรเซ่ แตกต่างจากไวน์ขาว และไวน์แดงอย่างไร?

ก่อนอื่นต้องขอไขข้อเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรเซ่ก่อนนะครับ โรเซ่ผลิตจากองุ่นสายพันธุ์ทั่วไปที่หาเจอได้ในองุ่นขาว และแดงธรรมดา ไม่ได้มาจากองุ่นสายพันธุ์พิเศษสีชมพู และส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการเบลนด์องุ่นขาวและแดงนะครับ แต่จะมาจากวิธีการผลิต 2 แบบหลักๆ

  1. Saignée Method – เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า ‘bleeding’ ซึ่งจะเกิดขึ้นในขั้นตอนการหมักองุ่นแดงและต้องมีขั้นตอนกดองุ่น โดยจะมีน้ำองุ่นส่วนหนึ่งที่ล้นออกมา (ลักษณะเหมือนเลือดสีอ่อนๆ ไหลออกมา จึงเป็นที่มาของชื่อ) ซึ่งน้ำส่วนนี้จะมีสีอ่อนกว่าไวน์แดง คงความเข้มข้น ฟรุ๊ตตี้ของไวน์ดั้งเดิม แต่ไม่ได้มีโครงสร้างหนักเท่าไวน์แดงครับ
  2. Direct Press / Maceration Method – เป็นวิธีเฉพาะสำหรับการผลิตโรเซ่เลย โดยการจะเข้าขั้นตอนการหมัก จะต้องบดองุ่นเพื่อแยกเปลือกกับเนื้อองุ่นออกจากกัน จึงจะได้ไวน์โรเซ่ที่สีอ่อนกว่าแบบแรก ซึ่งบางครั้งน้ำองุ่นที่ถูกคัดแยกออกมาแล้วจะถูกนำกลับไปแช่รวมกับเปลือกองุ่นตามระยะเวลาที่กำหนด เรียกว่าการย้อมสี (Maceration) ไวน์เพื่อให้มีสีชมพูเข้มขึ้นมาหน่อย

 

โรเซ่ Still VS Sparkling

โดยปกติ หากเป็นไวน์ still ธรรมดา ไวน์โรเซ่จะถือว่าเป็นไวน์รองจากไวน์ขาว และไวน์แดง (แต่ก็มีข้อยกเว้นในกรณีของบางพื้นที่เช่น provence หรือ Tavel) แต่หากเป็นโลกของสปาร์คกลิ้งไวน์ โดยเฉพาะในแชมเปญ โรเซ่ จะถือว่าอยู่เหนือสปาร์คกลิ้งไสตล์อื่นๆ เช่น Blanc de Blanc หรือ Blanc de Noir มากๆ ด้วยความยากในการผลิต ต้องใช้การย้อมสีไวน์ให้ออกสีชมพู ในขณะเดียวกันก็ยังต้องระวังไม่ให้ความซ่าในไวน์หายไป แต่ผลที่ได้คือสปาร์คกลิ้งไวน์ที่รสชาติเข้มข้น ชัดเจนที่สุด จึงสังเกตได้ว่าโรเซ่แชมเปญจะราคาแพงกว่าแชมเปญสไตล์อื่นๆ 

 

6 สไตล์ของไวน์โรเซ่

หลังจากรู้พื้นฐานของโรเซ่แล้ว เราไปดูกันเลยครับว่าสไตล์ทั้ง 6 ของโรเซ่จะมีอะไรบ้าง ซึ่งแต่ละชนิดก็ผลิตจากองุ่นสายพันธุ์ต่างๆ ที่คุณอาจคุณเคยกันครับ!

Grenache 

สี – ชมพูแซลม่อนอ่อนๆ
เจอได้เยอะใน – สเปน และฝรั่งเศสตอนใต้ แคว้น Provence

อาจถือได้ว่าเป็นสไตล์ของโรเซ่ที่นิยมที่สุด เพราะเป็นสไตล์ที่แคว้นอันดับ 1 เรื่องโรเซ่ของโลกอย่าง Provence นิยมผลิต มีรสชาติอ่อน เน้นความหอมสดชื่น สตอเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ แตงโม และแตงกวา พร้อม acidity แบบซิตรัสสอดแทรก และหากเป็นไวน์จากวินยาร์ดท๊อปๆ อาจมีโน้ตเครื่องเทศเล็กน้อยผสมเข้าไปด้วย จึงเข้ากับเมนูที่รสชาติค่อนข้างจัด มีสมุนไพรเยอะๆ อย่างอาหารอินเดีย หรืออาหารตุรกี โมร็อคโค เป็นต้นครับ

Pinot Noir 

สี – ชมพูกลางๆ แบบกรีบดอกกุหลาบ
เจอได้เยอะใน – ฝรั่งเศสตอนเหนือ และประเทศอากาศหนาวอื่นๆ

โรเซ่จาก Pinot Noir จะผลิตออกมาเยอะเป็นพิเศษในปีที่ผลผลิตไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แทนที่จะใช้ Pinot Noir ทำเป็นไวน์แดง ผู้ผลิตจะเปลี่ยนนำมาทำเป็นไวน์โรเซ่แทน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณภาพไวน์จะต่ำลงจากไวน์แดงนะครับ เพราะโรเซ่ Pinot Noir ก็มีความพิเศษ เป็นสไตล์ที่สดชื่น ดื่มคล่อง โน้ตสตอเบอร์รี่ เปลือกส้มและเลม่อน ซาลารี่ และเชอร์รี่ขาว ที่มีความละเอียดอ่อน ซับซ้อนแตกต่างจากโรเซ่แบบอื่นๆ เหมาะมากๆ กับการดื่มคู่กับอาหารฝรั่งเศสพื้นบ้านอย่างไก่อบสมุนไพร ซึ่งกลิ่น และรสของใบไทม์จะสามารถดึงความหวานอันพอดีจากไวน์โรเซ่ออกมาได้ครับ

Zinfandel

สี – สีชมพูแปร๊ด ฮ็อตพิงค์
เจอได้เยอะใน – แคลิฟอร์เนีย, อเมริกา

โรเซ่ Zinfandel มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า White Zinfandel ซึ่งความจริงจะไม่ใช่ไวน์ขาวนะครับ แต่จะเป็นโรเซ่ ซึ่งแต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นไวน์โรเซ่คุณภาพต่ำ ราคาถูก เน้นรสชาติหวานนำ ฟรุ๊ตตี้ แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาคุณภาพ และความซับซ้อน ทำให้กลับมาเป็นที่นิยมมากๆ ในฐานะไวน์โรเซ่แคลิฟอร์เนียแสนสดชื่น ดื่มง่าย หอมหวานเมล่อน ซิตรัส และสตอเบอร์รี่ เหมาะอย่างยิ่งในการจับคู่กับมื้ออาหาร Brunch ดื่มคู่กับออเดิร์ฟเบาๆ และอาหารฝรั่งมันๆ ทอดๆ หน่อยครับ 

 

Sangiovese

สี – ชมพูอมส้ม คล้ายเบอร์เบิ้นที่เจือจาง
เจอได้เยอะใน – อิตาลีตอนกลาง

เป็นโรเซ่ที่ค่อนข้างหายาก เพราะมีผลิตจำกัดเฉพาะในอิตาลีบางเขต รวมถึงอเมริกาบางวินยาร์ดเท่านั้น ซึ่งหากเป็นอิตาลี จะระบุชื่อไวน์ว่าเป็น ‘rosato’ แปลว่า ‘สีชมพู’ ซึ่งหากใครเจอผมแนะนำให้รีบดื่มเลยครับ เพราะเป็นโรเซ่ที่มีเอกลักษณ์ โน้ตเชอร์รี่หวาน ราสเบอร์รี่ ผสมออสไปซ์ ขมิ้น และกานพลู เป็นโรเซ่ที่ดื่มคู่กับอาหารหนักๆ รสจัดๆ หน่อยได้อย่างดีเยี่ยม ตั้งแต่เป็ปเปอร์สเต็กหมู ไปจนถึงโพรชูโต้แฮมเค็มๆ หรือแกงแดงไทยเผ็ดๆ ก็เอาอยู่ครับ

Syrah blend

สี – ชมพูอมส้ม เข้ม บางครั้งมีอมสีน้ำตาลไหม้ๆ เล็กน้อยด้วย
เจอได้เยอะใน – ฝรั่งเศสตอนใต้ แคว้น Rhone

ขึ้นชื่อว่าเป็นโรเซ่ที่เข้มข้น และดุดันที่สุด โด่งดังที่สุดจากเมืองเล็กๆ ในแคว้น Rhone ชื่อ Tavel เป็นโรีเซ่ที่มีโน้ตเชอร์รี่ ผสมผสานผิวมะนาวที่เข้มให้ความเปรี้ยวแก่ๆ จนเกือบจะขมเล็กๆ รวมถึงได้โน้ตพริกไทยขาวอันเป็นเอกลักษณ์ขององุ่น Syrah จึงเป็นโรเซ่ที่สามารถเอาเมนูหนักๆ มันๆ ได้อยู่หมัด ตั้งแต่พาสต้าซอสแดง ไปจนถึงผัดกระเทียมพริกไทย ก็เข้ากันสุดๆ รวมไปถึงเมนูซีฟู้ดที่มีกลิ่นกระเทียม พริกไทย และเครื่องเทศจัดๆ สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ก็เข้าได้ดีสุดๆ กับโรเซ่แบบนี้ครับ

 

Mourvedre

สี – สีชมพูอมน้ำตาล
เจอได้เยอะใน – สเปน, ฝรั่งเศสตอนใต้

เป็นหนึ่งในองุ่นสุดคลาสสิคที่นิยมเอามาทำเป็นไวน์โรเซ่ แต่สมัยนี้หาได้ค่อนข้างยาก เพราะจะนิยมเอามาผสมกันอยู่ใน Syrah เบลนด์ แต่หากคุณเจอโรเซ่ Mourvedre คุณจะรู้ได้ทันที เพราะเป็นไวน์ที่มีสีโดดเด่น แตกต่างจากโรเซ่ตัวอื่นๆ อย่างชัดเจนครับด้วยสีชมพูอมน้ำตาลคล้ายเปลือกไม้สน ซึ่งนิยมผลิตอยู่ไม่ดกี่แคว้น ที่ดังที่สุดคงเป็นเมือง Bandol ทางฝรั่งเศสใต้ โน้ตพลัม เชอร์รี่ สมุนไพรแห้ง กลิ่นควัน และเนื้อสัตว์ เป็นอีกหนึ่งโรเซ่รสเข้มข้น ทานคู่กับอาหารเมดิเตอร์เรเนียนแล้วเข้าสุดๆ ครับ

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader