fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

Left – Right Bank Bordeaux ต่างกันยังไง

คุณคงเคยรู้มาบ้างเเล้วว่าภูมิภาคดังอย่าง Bordeaux นั้นถูกเเบ่งเป็น Left เเละ Right Bank เเต่ทำไมถึงเเบ่งอย่างนั้นละ เป็นเพราะแค่ภูมิศาสตร์หรือว่าปัจจัยอย่างอื่น? และลักษณะของไวน์ต่างกันยังไงบ้าง วันนี้ไวน์เเมนอธิบายไขความสงสัยนี้ให้!

 

ภูมิภาค Bordeaux นั้นตั้งอยู่บนชายฝั่งเเม่น้ำทิศตะวันตกของฝรั่งเศส ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนโดยปากแม่น้ำ Gironde ซึ่งแบ่งออกเป็นแม่น้ำ Dordogne และ Garonne อีกที ด้วยเเม่น้ำทั้ง 2 สายนี่เเหละครับที่ทำให้ให้องุ่นนั้นออกมามีคุณภาพ เพราะมีเเร่ธาตุที่ดี ตามเเผนที่ของ Bordeaux เเล้วคุณจะเห็นว่า Right Bank จะอยู่ทางฝั่งขวาของเเม่น้ำ Gironde  ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็น Left Bank  เเละมี ‘Entre-Deux-Mers’ อยู่ตรงกลาง ถ้าลองมองดีๆ เเผนที่ของ Bordeaux  ก็เหมือนรูปตัว Y กลับด้านอยู่นะครับ

ไวน์แนะนำ

ลักษณะของไวน์ (Cabernet vs Merlot)

การแยกตัวของเเม่น้ำส่งผลให้ bank ทั้งสองฝั่งนี่มีความแตกต่างอยู่หลายอย่างทีเดียวครับ โดยเฉพาะลักษณะขององุ่นพันธุ์ ไวน์ส่วนใหญ่ของ Left Bank จะเป็น blend โดยองุ่นหลักของที่นี่เป็น Cabernet Sauvignon รองลงมาเป็น Merlot, Petit Verdot, Malbec เเละก็ Cabernet Franc เเต่ยกเว้นที่ Château Clarke ใน Listrac-Médoc เพราะดินของที่นี่เขาเหมาะกับ Merlot มากกว่า ไวน์ที่นี่จึงมีความเป็น Merlot เยอะกว่า อย่างไวน์ 2018 grand vin เขามี Merlot ถึง 70% ที่เหลือเป็น Cabernet Sauvignon

terroir ที่นี่จะมีพื้นที่เเบบแบนราบ มีดินกรวดและหินปูน ซึ่งทำให้ไวน์จากที่นี่มีโครงสร้างที่เยอะเเละมีเเทนนินมากกว่าไวน์ Right Bank อย่าง  Pauillac นี่ก็ผลิตไวน์ออกมาได้เเน่นเเละ poowerful ทีเดียวเลยครับ

ส่วนไวน์ Right Bank จะหนักไปทาง Merlot มี Cabernet Franc, Cabernet Sauvignon, Malbec เเละ Petit Verdot เป็นพระรองเเทน เเละช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Cabernet Franc ก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้นนะครับ เพราะบางเจ้าได้เพิ่มปริมาณองุ่นพันธุ์นี้ลงไปในไวน์ เนื่องจาก Cabernet Franc ช่วยทำให้ไวน์มีความสดชื่นมากขึ้น

ส่วน terroir นั้น จะมีลักษณะเป็นหินปูน มีหินกรวดน้อย ค่อนข้างมีความดินเหนียว ส่วนใหญ่เป็นที่ราบเเละมีขนาดเล็กกว่า Left Bank อย่าง Pomerol นี่มีพื้นที่เพียง 31 ไร่ ในขณะที่ appellation ใน Left Bank มีขนาดน้อย 600 ไร่ เเละด้วยลักษณะดินที่เป็นเเบบนี้ ทำให้ไวน์ของที่นี่มีรสชาติผลไม้เเบบเข้มๆ มีเเทนนินเเละ acidity น้อย มาพร้อมกับรสสัมผัสเเบบนุ่มนวล ไวน์ตัวท็อปๆของที่นี่เอจได้นานมากเลยนะครับ ใครชอบเอจไวน์ก็ชอบเเน่ๆ เเต่ไม่ได้เด็ดเฉพาะไวน์ที่มีอายุมากนะครับ ไวน์หลายตัวที่อายุน้อยๆก็เเซ่บถึงใจเหมือนกันครับ

มี Appellation อะไรบ้าง

ทางฝั่ง Left Bank นั้นจะครอบคลุมพื้นที่ของภูมิภาคไวน์อย่าง Médoc  ซึ่งมี appellation ที่รู้จักกันดีอย่าง St-Estèphe, Pauillac, St-Julien, เเละ Margaux อยู่ นอกจากนี้ยังครอบคลุม Haut-Médoc, Listrac-Médoc เเละ Moulis-en-Médoc, Pessac-Léognan, Graves,  Sauternes and Barsac อีกด้วยครับ

ส่วนสำหรับ Right Bank เเล้ว appellation ที่ขึ้นชื่อของเขานั้นจะมี Pomerol และ St-Emilion เเละรวมไปถึง Montagne-, Lussac-, Puisseguin- and St-Georges St-Emilion, Côtes de Blaye, Côtes de Bourg, Fronsac, Canon-Fronsac, Lalande de Pomerol, Francs Côtes de Bordeaux เเละ Castillon Côtes de Bordeaux

Classification

ด้วยความที่ภูมิภาคไวน์นี้ใหญ่มาก มีพื้นที่เกือบ 8 เเสนไร่ กับอีกกว่า 60 appellation จึงไม่น่าเเปลกใจมากนักที่มีการจัด classification เป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าให้ผมเขียนอธิบายทีละอันก็คงอ่านกันตาเเตก งั้นเอาเฉพาะที่เด่นๆละกัน โดยในบทความนี้จะเน้นไปที่ 1855 Classification เเละ St-Emilion Classification

มาพูดถึง 1855 Classification ก่อนเลย การจัดอับดับนี้เป็นของ Médoc ใน Left Bank ซึ่งเป็นการเริ่มจำแนกไวน์ครั้งแรกของไวน์บอร์โดซ์เลยละครับ โดยมีลำดับอยู่ 5 ขั้น คือ First, second, third, fourth เเละ fifth growth ง่ายๆก็คือ 1 ถึง 5 เเหละครับ สำหรับ first growth เเล้วจะมีบรรดา Château ทั้งหลาย อย่าง Château Lafite Rothschild, Château Latour, Château Margaux, Château Haut-Brion เเละChâteau Mouton Rothschild อยู่ในขั้นนี้ครับ

ส่วน St-Emilion Classification ของทาง Right Bank ได้ถูกเริ่มใช้มาตั้งเเต่ 1955 สำหรับ Classification นี้เขาจะมีการปรับปรุงอันดับไวน์ทุกๆ 10 ปี อย่างอันล่าสุดก็เมื่อปี 2012 ที่มีการเเบ่ง estate ทั้ง 82 ที่ เป็น Grand Cru Classé 64 ที่ เเละเป็น Premier Grand Cru Classé 18 ซึ่งเเบบ Premier Grand Cru จะเเบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ A เเละ B นอกจากนี้ในปีนั้น Château Angélus เเละ Château Pavie ก็เป็นน้องใหม่ที่ได้ถูกจัดใน Premier Grand Cru Classé A ส่วนการปรับปรุงอันดับไวน์ครั้งต่อไปจะมีเมื่อไหร่? อีก 2 ปีครับ ปี 2022 คงต้องมารอดูครับว่าจะมีอะไรเปลี่ยนเเปลงบ้าง

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader