fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

8 คำอธิบายไวน์ ที่ทำให้คุณดูโปร

ผมขอบอกก่อนนะครับว่า ผมเขียนบทความนี้ไม่ได้เพื่อจะบอกว่าสิ่งไหนควรพูด สิ่งไหนพูดไม่ได้ระหว่างดื่มไวน์นะครับ ฉะนั้นไม่ต้องเกร็ง หรือกลัวว่าใครจะหาว่าคุณ ‘ไม่โปร’ นะครับ เพราะสุดท้ายเราต่างก็ดื่มไวน์เพราะอยากเอ็นจอย ดื่มด่ำไปกับไวน์และโมเม็นท์พิเศษต่างๆ แต่หากใครอยากจะดูโปรขณะดื่มไวน์ นี่คือสิ่งที่คุณสามารถพูดได้ เปลี่ยนนักดื่มมือใหม่ เป็นนักดื่มสุดโปรได้ในทันทีครับ!

 

ไวน์แนะนำ

#1 ไวน์ปิด ไวน์เปิด (open / closed)

สเต็ปแรกก่อนที่คุณจะดื่มไวน์ อย่างแรกที่ต้องทำคือการดมกลิ่น หากดมไวน์แล้วไม่ได้กลิ่นอะไรเลย นั่นแสดงว่าไวน์ยัง ‘ปิด (closed)’ คุณอาจจะพูดได้ว่า ‘‘ไวน์ยังปิดอยู่เลยนะครับ’ ให้ swirl ไวน์เล็กน้อยเพื่อให้อากาศเข้าไปในไวน์ หรือดีแคนท์ไวน์ให้นานขึ้น ก่อนที่จะดมกลิ่น ‘อืม! ไวน์เปิดแล้ว’ และจึงค่อยดื่มด่ำไวน์อย่างแท้จริง ไวน์ที่ปิด ไม่ได้แปลว่าแค่ไม่มีกลิ่นอย่างเดียวครับ แต่ครอบคลุมรสสัมผัส (texture) และ การจบ (finish) ของไวน์ด้วยครับ ถ้าไวน์มีรสสัมผัสเจือจางหรือไม่มี finish ก็เรียกว่าเป็นไวน์ที่ “ปิด”ได้ครับ ไวน์ที่ปิดอาจเกิดจากการไม่ได้เปิดขวดไว้นานพอก่อนดื่ม หรือเป็นไวน์ที่อายุยังน้อยไป ไม่ได้ทำการเอจจิ้งนานพอครับ

#2 ไวน์ developed /mature หรือ “มีความพัฒนา”

สื่อถึงความแก่ของไวน์ครับ ไวน์ที่ได้มีการเอกนาน (10+ ปี) จะได้พัฒนากลิ่นแปลกๆนอกเหนือจากกลิ่นผลไม้ (secondary and tertiary aromas) นอกจากนี้ เเทนนินของไวน์คุณภาพดีที่ได้ผ่านการเอจจิ่งนาน จะเปลี่ยนจากฝาดแบบหยาบๆเป็นฝาดแบบนุ่มนวล สุดแสนจะอร่อย ซึ่งถ้าไวน์ได้พัฒนาถึงขั้นนี้แล้วจะถือว่ามี “resolved tannins” ครับ

#3 ไวน์ “structured” (มีโครงสร้าง)

โครงสร้างจากไวน์มาจาก ความสัมพันธ์ของ tannin (ความฝาด) acidity (ความเปรี้ยว) และองค์ประกอบอื่นๆอย่างเช่นระดับแอลกอฮอล์ครับ ซึ่ง concept ของ structure อธิบายยากครับ ถ้าดมไวน์ไปแล้วหอมแต่พอดื่มแล้วรู้สึกจืดจางไม่น่าจดจำ อันนี้ถือว่าไวน์ไม่มี โครงสร้างครับ แต่ในทางกลับกันถ้าดื่มแล้วรู้สึกไวน์มีความสมดุลย์ มีน้ำหนัก ถือว่าเป็นไวน์ที่มีโครงสร้างครับ

ไวน์แนะนำ

#4 “สดชื่น / สดใส“(refreshing)

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าความเปรี้ยวในวายไม่ดี แต่จริงๆแล้วเป็นองค์ประกอบสำคัญของวายดีทุกตัวครับ ทำให้ไวน์มีความเฉียบคม สดใส สดชื่น ซึ่งคุณสมบัติพวกนี้จะหาได้ในไวน์ของเขตหนาวหน่อยครับ (ยิ่งอากาศหนาว องุ่นสุกช้า ไวน์จะยิ่งมี acidity สูงครับ)

#5 ‘อืม น่าสนใจ’ (Um, that is interesting)

สำหรับการดื่มไวน์ การสามารถบอกรสชาติ และโน้ตในไวน์อย่างรวดเร็วไม่ได้ทำให้คุณดูโปร ดูเซียนกว่าคนอื่นนะครับ เพราะอย่างแรกที่จะต้องเข้าใจเกี่ยวกับไวน์ โดยเฉพาะกรณีไวน์เกรดพรีเมี่ยมที่ผ่านการเอจจิ้งมาอย่างเหมาะสม รสชาติจะซับซ้อน และอาจไม่สามารถรับรู้ทุกโน้ตได้เมื่อดื่มเพียงอึกเดียว แต่ไวน์จะค่อยๆ เผยรสชาติ โน้ตต่างๆ ออกมาในภายหลัง ฉะนั้นหากคุณดื่มไวน์ในอึกแรกแล้วยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นโน้ตอะไร อย่าเพิ่งด่วนสรุปครับ ลองดื่มไปเรื่อยๆ ก่อน รอให้ไวน์เผยรสชาติออกมาให้ชัดเจนก่อนถึงค่อยพูดออกมาว่าไวน์นี้เป็นอย่างไร แต่หากมีใครถามคุณ คำตอบที่คุณพูดได้ก็คือ ‘รสชาติน่ามันน่าสนใจมาก’

เพราะเชื่อผมเถอะครับ คุณไม่อยากเป็นคนที่พูดอธิบายโน้ตไวน์อันซับซ้อนเป็น 10 โน้ตในอึกแรก ขณะที่คนอื่นๆ ข้างๆ คุณแอบคิดว่าคุณนี่ช่างขี้โม้เหลือเกิน!

#6 ฟรุ๊ตตี้ VS เอิร์ธตี้

ก่อนที่จะลงลึกว่าไวน์มีโน้ตนู้นนี้นั้น ลองพูดอะไรกว้างๆ ก่อนแล้วจึงค่อยพูดถึงโน้ตแต่ละตัว ซึ่ง category หลักๆ ที่ใช้อธิบายโน๊ตส่วนใหญ่ของไวน์จะแบ่งได้เป็นสองสามอย่างครับคือ fruity เเละ earthy / savoury ครับ เช่นบอกก่อนว่า ‘ไวน์ตัวนี้ออก “ฟรุ๊ตตี้” หรือ “fruit-forward” นะครับ ก่อนที่จะค่อยระบุว่าเป็นผลไม้อะไร เบอร์รี่ พลัม เรดฟรุ๊ต แบล็คฟรุ๊ต หรือเป็นผลไม้เขตร้อน แต่ถ้าเป็นไวน์ที่มีกลิ่นอื่นๆที่ไม่ใช่กลิ่นผลไม้ ส่วนมากกลิ่นพวกนี้จะตกอยู่ใน category ของ “earthy” หรือ “savoury” ซึ่งครอบคลุมพวกกลิ่น ดินใบไม้ หินและเห็ดเป็นต้น หรืออาจจะใช้คำว่า “herbacious” อธิบายกลิ่นเครื่องเทศหรือสมุนไพรครับ

#7 อธิบายไวน์ที่แอลกอฮอล์เยอะว่า ‘ร้อน’ (hot)

ส่วนหากอยากอธิบายแอลกอฮอล์ที่เยอะในไวน์ แทนที่จะใช้คำว่า เผ็ด เข้มข้น รุนแรง ให้บอกว่า ‘แอลกอฮอล์เยอะนะครับไวน์ตัวนี้ ไวน์ร้อนขึ้นมาเลย’ สื่อถึงความร้อนอุ่นๆ ในลำคอ สำหรับไวน์บางชนิดที่แอลกอฮอล์สูงอย่าง Shiraz บางตัว หรือพอร์ตไวน์ (ไวน์หวานผสมบรั่นดี)

#8 พูดถึงตอนจบของไวน์ (finish)

ตอนจบ หรือ ‘finish’ ของไวน์เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่คอพูดถึงนะครับ finish คือรสชาติที่ค้างอยู่ในปากหลังจากที่กลืนไวน์ไปแล้ว ทำให้ไวน์มีความน่าจดจำ ยิ่งไวน์จบยาวยิ่งดีครับ แค่เราบอกว่า ‘ตอนจบลากยาวมากๆ’ หรือ ‘ไวน์จบสั้นไม่น่าจดจำ’ อะไรประมาณนี้ก็ดูว่าคุณรู้เรื่องแล้วนะครับ

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader