fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

Château Calon-Ségur วินยาร์ดแห่งความรัก

เข้าสู่เดือนแห่งความรักแล้ว! ไวน์แมนขอเอาวินยาร์ดที่ขึ้นชื่อมากๆ เรื่องความรัก จนได้ชื่อว่าเป็น ‘ตำนานรักแห่งแคว้นบอร์โดซ์’ อย่าง Château Calon-Ségur วินยาร์ดเล็กๆ ในเมืองชนบท ที่ทุกขวดอัดแน่นไปด้วยความรัก

 

จุดเริ่มต้นของ Château Calon-Ségur

เรื่องราวเริ่มต้นย้อนกลับไปกว่า 300 ปี สมัยที่วินยาร์ดเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้น ชาติตระกูล จึงมีการแก่งแย้งชิงที่ดินทำเลทองต่างๆ ทำวินยาร์ด และสร้าง Chateau เพื่อประกาศศักดาของตนเอง หนึ่งในนั้นคือ Nicholas-Alexandre, marquis de Ségur ชายหนุ่มไฟแรงผู้มาจากตระกูลร่ำรวยของบอร์โดซ์ ผู้ซึ่งได้สิทธิ์สืบทอดวินยาร์ดชื่อดังที่สุดของบอร์โดซ์ ตั้งแต่ Château Lafite, Château Latour และ Château Mouton โดยนอกจากไร่องุ่นยักษ์ใหญ่ 3 แห่งนี้แล้ว Nicholas ยังมีอีกหนึ่งวินยาร์ดที่เขาแอบซ้อนไวน์ เป็นสมบัติส่วนตัวแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งซื้อมาตั้งแต่ปี 1718 ตอนที่เขาอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น ซึ่งก็คือ Château Calon-Ségur นั่งเอง ตั้งอยู่ ณ เมืองชนบทเล็กๆ ที่อยู่เหนือสุดของพื้นที่ Saint-Estèphe ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอน ที่ค่อนข้างสันโดดจากวินยาร์ดดังอื่นๆ ครับ

Nicholas-Alexandre, marquis de Ségur

ชื่อเสียงของ Nicholas-Alexandre ทั้งเรื่องความสามารถในการผลิตไวน์เลิศรส ไปจนถึงเป็นคนที่รักในการทำไวน์จริงๆ ไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียงเท่านั้น ทำให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ได้ให้ฉายากับเขาว่า ‘เจ้าชายแห่งเถาว์องุ่น Prine of Vines’

แต่การบริหารวินยาร์ดใหญ่ๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งวินยาร์ดโด่งดังเท่าไหร่ ก็ต้องมีงานบริหารต่างๆ มากมายมาทำให้การผลิตไวน์ที่เขารัก กลายเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายไปในที่สุด เหลือก็เพียงแต่ที่ Château Calon-Ségur ในเมืองชนบทเล็กๆ เท่านั้นที่ทำให้ Nicholas มีความสุขำได้อย่างแท้จริง

 

Nicholas-Alexandre จึงมีคำกล่าวที่โด่งดังขึ้นมาว่า 

“แม้ฉันจะผลิตไวน์ชื่อดังของ Lafite และ Latour แต่หัวใจของฉันยังอยู่ที่ Calon เสมอ”

“I make my wine at Lafite and Latour but my heart is in Calon.”

สื่อว่า แม้ตนเองจะประสบความสำเร็จมากมายขนาดไหน แต่แพชชั่น ความรักการผลิตของเขาก็ยังคงอยู่ที่เดิม ที่วินยาร์ดเล็กๆ ที่ตนเริ่มซื้อเมื่ออายุเพียง 23 ปี ซึ่งนี่เป็น statement ที่ Nicholas ได้รักษาไว้จนเสียชีวิตในปี 1755 และได้ยก Château Calon-Ségur ให้หลานชาย Alexandre de Ségur-Calon

 

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน

ในปี 1855 วินยาร์ด Château Calon-Ségur ได้เกรด Third Classed Growth ในการจัดอันดับไวน์บอร์โดซ์ครั้งสำคัญ ทำให้วินยาร์ดเล็กๆ เริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลาย 

ต่อมา Château Calon-Ségur ถูกเปลี่ยนเจ้าของ ในปี 1894 สู่ครอบครัว Gasqueton ซึ่งโชคดีว่าเป็นตระกูลที่เชี่ยวชาญและหลงไหลในการผลิตไวน์เช่นกัน โดยเฉพาะ Denise Capbern-Gasqueton หรือ Madame Gasqueton ที่ขึ้นมาคุมวินยาร์ดเมื่อปี 1995 ซึ่งเป็นช่วงที่วินยาร์ดเริ่มโด่งดังไปนอกประเทศแล้วด้วย โดยได้ยึดหลักการผลิตแบบเดียวกับ Nicholas-Alexandre เลยครับ

และล่าสุด ในปี 2012 หุ้นส่วนรายใหญ่ของ Château Calon-Ségur ถูกเปลี่ยนมือปสู่บริษัทบริหารการเงินรายใหญ่ของฝรั่งเศส Suravenir แต่ก็ยังคงคุณภาพด้านการผลิตไวน์ไม่เปลี่ยนเลยครับ 

 

ไวน์ของ Calon-Ségur

ความรักของ Nicholas-Alexandre ยังคงอัดแน่นอยู่ในทุกขวดของ Château Calon-Ségur ส่วนหนึ่งแสดงออกผ่านสัญลักษณ์หัวใจบนฉลาก อีกส่วนคือรสชาติและคุณภาพอันละเมียดละไมของไวน์ของบอร์โดซ์เบลนด์สุดคลาสสิค โดยในครอบครัว Château Calon-Ségur ประกอบไปด้วยไวน์ 3 ตัว

ตัวที่หนึ่งคือคลาสสิค Château Calon Ségur, Le Grand Vin เป็นไวน์ชูโรง บอร์โดซ์เบลนด์โดดเด่นรส Cabernet Sauvignon คุณภาพเยี่ยม ซับซ้อน เข้มข้น เอจจิ้งในถังโอ๊คนานอย่างต่ำ 20 เดือน ไปจนถึงไวน์วินเทจเก่าๆ เช่น  1947 หรือ 1953 ก็ยังคงความสดใส หรูหราของ Ségur ไว้อย่างครบถ้วนจนถึงตอนนี้ครับ

ส่วนน้องชายฝาแฝดคือตัว Le Marquis de Calon Ségur ที่ปลูกในวินยาร์ดใกล้ๆ ส่วนผสมเบลนด์เหมือนกันหมด แต่จะมีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนพี่ เอจจิ้งในถังโอ๊คสั้นกว่า เน้นความสดชื่น ดื่มสนุก แต่ก็ยังมีความหรูหรา ซับซ้อน จบยาว ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าครับ

น้องสุดท้องคือ Saint-Estèphe de Calon Ségur รสชาติสดใส ฟรุ๊ตตี้ รักสนุกเหมือนน้องคนเล็ก แต่ความบาลานซ์ระหว่าง Merlot และ Cabernet Sauvignon สูงมากๆ จึงถือว่าเป็นน้องใหม่ไฟแรงมากๆ ครับ

แต่ไม่ว่าจะเป็นไวน์ขวดไหน  Château Calon-Ségur ก็ยังเป็นหนึ่งในผู้ลิตไวน์ยอดนิยมสำหรับซื้อให้คนที่คุณรัก พร้อมข้อความดีๆ สื่อถึงความรักที่ยาวนานของ Nicholas-Alexandre มีต่อวินยาร์ดของเขาครับ 

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader