fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

แจก 5 สูตรทำขนมผสมไวน์

บทความวันนี้สายหวานห้ามพลาดเลยครับ! เพราะวันนี้ไวน์แมนมาพร้อมสูตรขนมหวานง่ายๆ ทำเองได้ที่บ้าน ซึ่งมีส่วนผสมหลักคือไวน์นั่นเองครับ เพราะแน่นอนว่านอกจากของคาวแล้ว ไวน์ก็สามารถนำมาดัดแปลงเป็นของหวานเลิศรสได้อย่างแสนลงตัว เพิ่มอีกมิติหนึ่งให้ของหวานของคุณได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยครับ!

ไวน์แนะนำ

 

ไวน์กัมมี่แบร์

Ref – cookingwithjanica.com

ขนมขบเคี้ยว กินเล่นอร่อยเพลิน สนุกๆ ในงานปาร์ตี้ ใช้ไวน์อะไรทำก็ได้เลยครับ ขึ้นอยู่กับความชอบของคุณเอง แต่จะอร่อยมากหากใช้เป็นไวน์ที่มีความหวานหน่อย (demi-sec / sec)  เช่น Moscato หรือ Lambrusco ครับ

ความยากในการทำ 1

ส่วนประกอบ
– ไวน์ 1 ถ้วย (ประมาณ 235 มล.)
– น้ำตาล ครึ่งถ้วย
– เจลลาตินผง 3 ช้อนโต๊ะ
– สีผสมอาหาร (พยายามให้สีตรงกับไวน์ที่ใช้ครับ)
– แม่พิมพ์เจลาตินรูปหมี


วิธีทำ
– ผสมไวน์ น้ำตาล และเจลาตินลงไปในกระทะ (รักษาความร้อน อย่าให้มากกว่า 70 องศา หากไม่อยากให้ไวน์ไหม้ หรือแอลกอฮอล์ระเหยออกหมดครับ) ผสมให้ละลายเข้ากันประมาณ 2-3 นาที
– หากอยากให้เยลลี่น้องหมีมีสีชัดให้ผสมสีผสมอาหารลงไปด้วย
– นำส่วนผสมใส่ลงไปในแม่พิมพ์ แล้วแช่เย็นในตู้เย็นอย่างต่ำประมาณชั่วโมงครึ่ง


ฮอร์ท ช็อคโกแล็ต เรดไวน์

Ref – californiagrown.org

เครื่องดื่มหวานๆ ขมๆ สไตล์วัยรุ่นดื่มได้ ผู้ใหญ่ดื่มดี ดื่มหน้าหนาวอร่อยฟินอุ่นทั้งกายใจ ยิ่งดื่มก่อนนอนยิ่งหลับฝันดี แถมทำง่ายสุดๆ ไปเลยครับ

ความยากในการทำ 1

ส่วนประกอบ
– ไวน์แดง 1 ขวด (75CL) ให้ดีที่สุดต้องเป็นไวน์รสสดใส กล่อมกล่อม มีความฟรุ๊ตตี้ จากแคลิฟอร์เนียอย่าง Merlot หรือ Zinfandel
– ดาร์คช็อคโกแล็ต 60-80% โกโก้ 1 ถ้วย (ประมาณ 235 มล.)
– น้ำตาลทรายแดง ครึ่งถ้วย
– ผงโกโก้ ¼ ถ้วย
– ซินนาม่อนป่น ครึ่งช้อนชา
– นม 5 ถ้วย (สามารถใช้นมแอลม่อน หรือกะทิแทนได้)
– มาร์ชเมลโล่ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

วิธิทำ
– ละลายช็อคโกแล็ต น้ำตาลทราย โกโก้ ซินนาม่อน และนม ให้เข้ากันที่ความร้อนระดับกลาง ประมาณ 10-15 นาที จากนั้นก็ค่อยๆ ผสมไวน์แดงลงไป แล้วปรับความร้อนไปที่ระดับสูง และผสมต่อไปอีก 20 นาที
– ท็อปด้วยมาร์ชเมลโล่ และใช้ไฟลนให้มีสีน้ำตาลอ่อนๆ (ทำหรือไม่ทำก็ได้)

เยลลี่ มอสคาโต้

Ref – dessertfortwo.com

เปลี่ยนไวน์หวานชื่นใจให้หรูหราคลาสสิคเป็นเยลลี่สีเหลืองทอง เสิร์ฟพร้อมวิปครีมเย็นๆ ผสมบลัด ออเรนจ์ เปรี้ยวหวานละมุนลิ้น เป็นขนมที่เสิร์ฟในโรงแรมหรูๆ ได้ แต่ทำเองได้ ง่ายๆ ที่บ้าน!

ความยากในการทำ 2

ส่วนประกอบ
– ไวน์หวาน Moscato 1 ½ ถ้วย (ประมาณ 352 มล.)
– ผงเจลาติน 7 มล. (1 ออนซ์)1/2 cups Moscato wine
– บลัด ออเรนจ์ฝาน 1 แว่น
– เฮวี่ครีม (heavy cream) 3 ช้อนโต๊ะ
– น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
– ใส่ไวน์ Moscato ลงในกระทะ ตั้งความร้อนต่ำ-ปานกลาง ระวังอย่าให้ไวน์ไหม้นะครับ
– เมื่อไวน์เริ่มเดือดปุดๆ ให้เอาออกจากความร้อนทันที จากนั้นใส่เจลาตินลงไปคนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวประมาณ 1 นาที จากนั้นก็ใส่ไวน์ที่เหฃือลงไปผสมด้วย คนต่ออีกประมาณ 1 นาที แล้วนำไปแช่ในตู้เย็น (ควรนำฟอยมาปิดปากแก้วไวน์นะครับ เป็นการทำให้เนื้อเจลลี่เนียนดูน่าทานครับ)
– นำครีมและน้ำตาลมาตีรวมกัน ฝานบลัด ออเรนจ์ จากนั้นก็นำมาท็อปปิ้งลงบนเยลลี่ ก็เป็นอันเสร็จครับ


ซอร์เบต์ ‘Riesling’ สตอเบอร์รี่ เบซิล

Ref – yummly.com

ฤดูร้อน ไม่มีอะไรจะเหมาะไปกว่าไอศครีมซอร์เบต์รสสดชื่น สดใส บวกแอลกอฮอล์นิดๆ จี๊ดถึงใจ ยิ่งฟินสุดๆ โดยเฉพาะ Riesling รสสดใส acidity สูงๆ โน้ตซิตรัส จากเยอรมัน ยกให้เป็นของหวานเบอร์หนึ่งสำหรับหน้าร้อนเลยครับ

ความยากในการทำ 3

ส่วนประกอบ
– ไวน์ Riesling 1 ถ้วย (ประมาณ 352 มล.)
– สตอเบอร์รี่ ประมาณ 450 กรัม
– น้ำ ¾ ถ้วย
– น้ำตาล 1 ถ้วย
– ใบเบซิล (โหระพา) ประมาณ 2 กำ
– เครื่องทำไอศครีม (มีหรือไม่มีก็ได้ครับ)

วิธีทำ
– เทน้ำและน้ำตาลลงในกระทะ ปรับความร้อนไปที่ระดับปานกลาง คนจนกลายเป็นน้ำเชื่อม จากนั้นจึงผสมเบซิลลงไป คนต่อประมาณนาทีกว่าจนกลิ่นของเบซิลเข้ากันกับน้ำเชื่อมครับ
– นำน้ำเชื่อมกลิ่นเบซิลที่ได้ไปปั่นรวมกับสตอเบอร์รี่ในเครื่องปั่น ปรับระดับกลาง ให้ละเอียดระดับหนึ่งแต่ก็ยังมีเนื้อผลไม้ให้เคี้ยวสนุกปากครับ
– นำส่วนผสมใส่ในเครื่องทำไอติม ผสมไวน์แล้วเปิดเครื่องปั่นไอติมไว้ประมาณ 20 นาที ก็น่าจะเสร็จสมบูรณ์แล้วครับ
– กรณีไม่มีเครื่องทำไอติม สามารถใช้การเบลนด์ไวน์และส่วนผสมให้เข้ากันด้วยมือ จากนั้นก็แช่แข็ง และค่อยนำมาแซะๆ ออกทำเป็นกึ่งซอร์เบต์ กึ่งกรานิต้าก็อร่อยฟินไม่แพ้กันครับ

แพร์ตุ๋นไวน์แดง คู่กับวานิลลา มัสตาโพน วิปครีม

Ref – fromachefskitchen.com/

ของหวานสไตล์ผู้ดีฝรั่งเศส รสชาติหรูหรา เบาละมุน มีอยู่ในร้านอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคแทบทุกร้าน อาจจะท้าทายหลายๆ คนนิดนึง แต่ก็สามารถทำเองที่บ้านได้ครับ ปิดท้ายมื้อเย็นหรูรับรองประทับใจไม่รู้ลืมเลยครับ

ระดับความยาก 4

ส่วนประกอบ
– ไวน์แดง 3 ถ้วย จะดีที่สุดขอให้เลือกไวน์เบลนด์รสสมดุล คลาสสิคบอร์โดซ์ ยิ่งเป็นตัวที่ cabernet ชัดยิ่งดีครับ
– ลูกแพร์ Bosc 2 ลูก
– น้ำส้ม ½ ถ้วย
– น้ำตาล ½ ถ้วย
– เปลือกส้ม 1 เส้น
– อบเชย 1 แท่ง
– กานพลู 2 กลับ
– วิปครีม

วิธีทำ
นำไวน์ เปลือกส้ม น้ำตาล อบเชย กานพลู น้ำส้ม ใส่ลงในกระทะ แล้วตั้งให้เดือดจากนั้นก็ลดความร้อนลงมาทันทีให้อยู่ที่ระดับกลาง ประมาณ 5 นาที
– เริ่มปลอกเปลือกลูกแพร์โดยที่ทิ้งก้านไวน์อยู่ ตัดฐานลูกแพร์ให้สามารถตั้งได้
– ค่อยๆ นำลูกแพร์มาวางไวน์ในกระทะ จากนั้นก็ลดระดับความร้อนลงให้อยู่ในระดับต่ำ ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ขึ้นอยู่กับความใหญ่ของลูกแพร์ ทุก 5 นาทีค่อยๆ ลองเช็คลูกแพร์ของคุณ และค่อยๆ ตักซอสไวน์แดงราดลงบนลูกแพร์จนแพร์เริ่มเปลี่ยนสี
– นำขึ้นมาทิ้งไวน์ในอุณหภูมิห้องซักระยะ จากนั้นก็แช่เย็นประมาณ 4 ชั่วโมง
– เสิร์ฟพร้อมน้ำซอสไวน์แดงพอประมาณ จากนั้นก็บีบวิปครีมลงข้างๆ จาน (หากใครอยากเพิ่มความหรูหรา สามารถตีกลิ่นวานิลลา มาสคาโปนชีส และน้ำตาล ผสมเข้าไปในวิปครีมได้ด้วยครับ)

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader