fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

เปลี่ยนห้องเก่าๆให้เป็น ‘wine cellar’สุดหรู

“ห้องเก็บไวน์” หรือ “Wine Cellar” ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากๆอีกอย่างของนักดื่มไวน์และนักสะสมไวน์ที่จริงจัง คุณอาจจะคิดว่า การมี wine cellar ในบ้านคุณนั้นเป็นอะไรที่ยาก ต้องใช้ที่เยอะเเละค่าก่อสร้างเเพง จริงๆเเล้วก็เเพงอยู่นะครับ เเต่อาจจะไม่ได้เเพงเเละยากเท่าที่คุณคิด ไวน์เเมนเขียนโพสนี้ขึ้นมาเพราะได้ลองหาข้อมูลเอาไว้ทำเอง มีปัจจัยหลายอย่างที่ค่อยดูเเล  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุณหภูมิ เเสง ความชื้นเเละอื่นๆ วัสดุที่ต้องใช้ก็ไม่ได้ถูก เพราะห้องไวน์นั้นต้องมีความสเถียร เเต่สำหรับคนรักไวน์เป็นชีวิตจิตใจนั้นอาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าต่อความสุขที่ได้มา ถ้าคุณเป็นคนชอบอวดนิดๆ (เหมือนไวน์เเมน)ครั้งหน้าถ้าเพื่อมาเยี่ยมหรือมาทานข้าวที่บ้าน ห้องนี้จะทำให้คุณดูเท่ขึ้นมาเลย


ไวน์แนะนำ

  

เราไม่ได้เเนะนำให้คุณไป DIY สร้างเองนะครับ เพราะอาจจะมีสิ่งผิดพลาดหลายอย่างที่เกิดขึ้นได้ โพสนี้เอาไว้อ่านสนุกๆนะครับ เเละสำหรับคนที่คิดจะทำจริงๆ นี่ก็เป็นข้อมูลพื้นฐานดีๆ คุณจะได้คุยกับผู้รับเหมารู้เรื่อง!

ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง

พื้นที่ 

สิ่งเเรกที่คุณต้องมีก็คือห้องว่างครับ (ยิ่งถ้าบ้านใครมีห้องใต้ดินหรือใต้บันไดนะครับเยี่ยมเลย) จริงๆเเล้วไม่ต้องการพื้นที่ๆใหญ่มากเลยครับ 10 ตารางเมตรก็พอเเล้ว เเต่ต้องเป็นห้องที่มืด ไม่เจอเเสงโดยตรง เเละไม่มีความสั่นสะเทือน ก่อนจะไปถึงสเต็ปการสร้าง เรามาดูกันว่า ปัจจัยที่ห้องเก็บไวน์ต้องมีคืออะไรบ้าง

อุณหภูมิ

ปัจจัยนี้สำคัญมากในการเก็บรักษาไวน์คงคุณภาพเเละมีรสชาติที่อร่อยเหมือนเดิม ปกติเเล้วไวน์จะต้องเก็บในอุหภูมิที่เย็น เเต่เย็นอย่างเดียวไม่พอครับ อุณหภูมิต้องคงที่ด้วย ถ้าอุณหภูมิขึ้นๆลงๆ เหวี่ยงไปเหวี่ยงมาจะส่งผลไม่ดีต่อไวน์เเน่ครับ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการเก็บไวน์คือต้องสร้างสิ่งเเวดล้อมที่มีความสเถียรให้เขา อุณหภูมิที่เหมาะสำหรับห้องเก็บไวน์จะอยู่ที่ 10-15 องศา การเก็บไวน์ในอุณหภูมิที่เย็นกว่าจะทำให้ไวน์อยู่นานเเละพัฒนารสชาติได้น่าอลังการมากกว่า ในทางกลับกันถ้าเก็บไวน์ในอุณหภูมิที่อุ่นกว่า ไวน์ก็จะเกิดปฏิกิริยาเคมีทำให้ไวน์เอจเร็วกว่า

เเสง

ใครมีห้องเก็บของไร้หน้าต่างที่ไม่ได้ใช้ นี่เหมาะสุดๆเลยในการทำเป็น wine cellar เพราะไวน์นั้นไวต่อเเสง หรือถ้าห้องคุณมีหน้าต่างก็ต้องมีม่านกันเเสงให้ดีนะครับ เเละปิดม่านทุกครั้งที่ออกจากห้อง 

ความชื้น

ความชื้นนั้นเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งในการเก็บไวน์ ไม่ได้สำคัญเท่าแสงหรืออุณหภูมิ เเต่ก็ยังต้องระวังไว้ครับ เพราะถ้ามีความชื้นน้อยไปก็จะทำให้จุกคอร์กเเห้งเเตก ออกซิเจนเข้าไปในไวน์ได้ เเต่มีทริคคือ ให้วางไวน์ในองศาที่น้ำไวน์โดนจุกคอร์ก วิธีนี้จะทำให้จุกคอร์กได้รับความชื้นจากไวน์ ลดปัญหาจุกคอร์กเเตกได้ ความชื้นที่ได้ควรอยู่ที่ประมาณ 50-80% ห้องเก็บไวน์ส่วนใหญ่จึงมีเครื่องปรับความชื้น 

เเรงสั่นสะเทือน

การสั่นสะเทือนมีผลต่อไวน์ยังไง? หนึ่งคือเรื่องของตะกอน โดยปกติเเล้ว เมื่อเอจไวน์สารที่จับตัวเป็นของเเข็งจะจมลงไปข้างล่าง ของเหลวก็จะอยู่ข้างบน เเต่พอมาเจอกับเเรงสั่นสะเทือน สารตะกอนพวกนั้นจะถูกกระจายไปผสมกับไวน์เเทน ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมี ไปเร่งกระบวนการเอจให้เร็วขึ้น รวมถึงทำให้ไวน์เปลี่ยนรสชาติเเละไม่มีกลิ่นหอม เเทนที่จะได้ดื่มไวน์เเบบฟินๆ กลับต้องเททิ้ง ทำลายบรรยากาศการดื่มไวน์ของคุณเเบบสุดๆ 

มาเริ่มสร้างห้องเก็บไวน์กัน!  

สร้างผนัง

อันดับเเรกในการทำห้องเก็บไวน์คือ คุณวางกรอบห้องหรือการสร้างผนังก่อนครับ ไวน์เเมนเเนะนำให้ใช้ไม้ที่มีขนาด 2×6 มาติดตั้งบนผนัง วัสดุอย่างเช่น อิฐ ปูน หรือกระจกก็ใช้ได้ครับ เเต่ต้องมีช่างมือโปรมาดูเเลให้คำเเนะนำด้วยนะ  

ติดวัสดุกันไอน้ำ

เพื่อป้องกันไอน้ำไม่ให้เข้าหรือออกจากห้องเก็บไวน์ ให้คุณแปะผนังด้วยเเผ่นกันไอน้ำที่มีความหนา 6 มิลลิลิตรให้ทั่วห้องข้างใน ในขั้นตอนนี้จะทำให้คุณสามารถควบคุมอุณหภูมิเเละความชื้นให้อยู่ในระดับที่ต้องการได้ง่ายขึ้น 

ติดฉนวนกันความร้อน

ทั้งผนังเเละหลังคาต้องมีการติดตั้งฉนวนกันความร้อน โดยเเนะนำให้ใช้ R-19 

สำหรับผนังเเละ R-30 สำหรับเพดาน หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือ ฉนวนกันความร้อนเเบบโฟม (spray foam insulation) ส่วนปูนคอนกรีตไม่ใช่เป็นฉนวนกันความร้อน สามารถใช้ได้ เเต่จะควบคุมอุณหภูมิยากมากๆ ไม่เเนะนำเท่าไหร่ เเละอย่าลืมเพดานกับพื้นด้วยนะครับ  

คลุมผนัง

เมื่อทุกอย่างถูกติดบนผนังเรียบร้อยเเล้ว ให้ทำการคลุมผนังซ้ำอีกทีครับ สามารถใช้ทั้ง drywall, green board (สามารถช่วยเก็บความชุ่มชื้นได้), PVA เเละไม้ เลือกได้ตามสะดวกเลยครับ     

ติดตั้งระบบอุณหภูมิหรือ cooling system

มีหลากหลายเเบบ ใครที่ไม่อยากเสียเวลาเเละเงินเยอะ ผมเเนะนำระบบเเบบ self-contained unit เพราะประหยัดงบเเละติดตั้งง่าย ส่วนใครที่คิดจะใช้แอร์ละก็ พักไว้ก่อนนะครับ ไม่เวิร์คเเน่นอน 

ประตู

ประตูที่ใช้ในห้องเก็บไวน์นั้นต้องมีการปิดที่มิดชิดครับ เพราะเป็นสิ่งที่ควบคุมเเละเก็บความเย็นไม่ให้ออกนอกห้อง ทำให้ cooling system ทำงานได้มีประสิทธิภาพ เเละไม่เเนะนำให้ใช้ประตูกระจกเท่าไหร่นะครับ  

ชั้นวางไวน์ (วัสดุ)

ชั้นวางไวน์สไตล์ที่รู้จักกันดี คือ 1.ชั้นวางเเบบดั้งเดิม ซึ่งทำมาจากไม้ ไม่ว่าจะเป็น 

ไม้มะฮอกกานี ไม้เรดวูด เเละไม้ซีดาร์ ซึ่งมีคุณสมบัติทนความชื้นได้ดี ล่วนอีกสไลต์คือ 2.ชั้นวางเเบบสมัยใหม่ ทำจากโลหะ ซึ่งจะให้ความรู้สึกที่หรูหราดูเเพงเเละมีสไตล์ เเต่ละเลือกเเบบไหนขอให้ดูว่าอันไหนตอบสนองความจำเป็นของคุณได้ดีกว่าละกันนะครับ สิ่งที่สำคัญคือ ชั้นวางต้องเป็นเเนวนอน เพราะอาจที่บอกว่า ไวน์ต้องสัมผัสกับจุกคอร์ก ไม่อย่างนั้นจุกคอร์กจะเเห้งเเละเเตก

ชั้นวางไวน์ (ขนาด)

ขนาดช่องเก็บไวน์นั้นก็สำคัญเหมือนกัน เพราะไวน์เเต่ละขวดนั้นมีความกว้างเเละความยาวไม่เหมือนกัน อย่างขวด Burgundy ส่วนใหญ่หรือขวดสไตล์ antique (อย่าง Château Haut-Brion หรือ Château Pavie) จะมีขวดที่อ้วน ถ้าทำช่องเล็กไปจะใส่ไม่พอดี หรืออย่างไวน์บางตัวเช่น Riesling จะมีขวดที่สูงยาวกว่าไวน์อื่นๆ ต้องทำให้ช่องลึกหน่อย ไวน์พวกนี้จะได้ไม่ยื่นออกมาข้างนอกมากเกินไป ไวน์ปกตินั้นจะมีความสูงประมาณ 31 ซม. เเละเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8 ซม. ฉะนั้นเพื่อความเซฟ ความลึกของช่องไวน์คุณควรอยู่ประมาณ 37 ซม. เเละเผื่อพื้นที่เเนวนอนสำหรับเเต่ละขวดประมาณ 10 ซม.   

ติดตั้งหลอดไฟ

ไวน์เเมนเเนะนำให้ใช้หลอด LED หรือ Fluorescent (หลอดฟลูออเรสเซนต์) เพราะว่ามีเเรงดันไฟฟ้าต่ำ เเสงจะได้สว่างเเบบพอดีครับ เลือกสีไฟโทนอุ่นจะทำให้ห้องคุณดูหรูขึ้น

พื้น

พื้นในห้องเก็บไวน์ควรทนกับความชื้นได้ ฉะนั้นให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เป็นพรม พื้นที่ใช้ได้มีตั้งเเต่ไม้เนื้อแข็ง กระเบื้อง ไวนิล พื้นหิน พิ้นขัดมัน จนไปถึงพื้นไม้คอร์กเลยครับ

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader