fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

ขวดไวน์ 7 ทรงที่คุณควรรู้จัก

หลายคนซื้อไวน์บ่อยๆ จะเห็นว่าขวดไวน์มีความแตกต่างกันออกไป ทั้งสี ดีไซน์ ขนาด โดยไม่ได้ทำขึ้นเพียงเพราะอยากให้ไวน์ของตนออกมาสวยเด่นเท่านั้น แต่ขวดรูปทรงต่างๆ มีประวัติความเป็นมายาวนาน และบ่งบอกถึงเอกลักษณ์เฉพาะของไวน์ในแต่ละพื้นที่ ฉะนั้นวันนี้เรามาพูดถึงดีไซน์ขวดไวน์ดังๆ ทั้งหลายกันเลยครับ!

ไวน์แนะนำ

 

ขวดไวน์เบอร์กันดี (ฺBurgundy Bottle)

เป็นแม่พิมพ์ขวดไวน์แรกของโลก! ผลิตตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 จุดเด่นคือมีไหล่ขวดลาดเป็นสโลบนุ่มนวล และยังเป็นต้นกำเนินของไซส์มาตรฐานของขวดไวน์ 75CL ไปด้วยเลยครับ ซึ่งออกแบบมาให้พอดีกับปริมาณความจุของปอดมนุษย์พอดีเลยครับ! จึงเป็นงานดีไซน์ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันอย่างมาก ใช้กับไวน์เบอร์กันดีทั้งหมด โดยเฉพาะองุ่น Pinot Noir และ Chardonnay รวมๆ แล้วมักใช้กับไวน์ที่มีความฟรุ๊ตตี้ รสขชาตินุ่มละมุน สดชื่น เช่นไวน์ของ Rhone Valley ไปจนถึงนิวซีแลนด์ครับ

 

ขวดไวน์บอร์โดซ์ (Bordeaux Bottle) 

         

เป็นลักษณะขวดไวน์ที่นิยมใช้มาตรฐานสากลที่สุดครับ จุดเด่นคือมีไหล่ขวดสูง ด้านข้างขวดขนานกันยาว มีจุดเริ่มต้นมาจากบอร์โดซ์ที่ต้องผลิตไวน์เป็นจำนวนมากๆ จึงต้องการขวดไวน์ที่เรียบง่าย สามารถ mass produce ได้ทีละเยอะๆ แถมยังต้องแตกต่างชัดเจนจากไวน์คู่แข่งอย่างเบอร์กันดีอีกด้วยครับ นอกจากนั้นดีไซน์ไหล่ขวดสูง งุ้มทำมุมชัดเจน มีไว้เพื่อกักเก็บตะกอนที่อาจหลงเหลือในไวน์ที่เอจจิ้งมานานๆ จึงเป็นขวดไวน์ที่นิยมใช้กับไวน์แดง full-bodied ที่สามารถเอจจิ้งนานๆ อย่างบอร์โดซ์เบลนด์ Shiraz และ Cabernet Sauvignon ครับ

สีของขวดจะนิยมใช้สีน้ำตาล หรือเขียวเข้ม เพื่อกันแสง แต่หากเป็นไวน์หวาน หรือไวน์ขาว ที่อยากโชว์สี เช่นไวน์หวาน Sauternes สีเหลืองทอง จะนิยมใช้ขวดใสเพื่อโชว์ความสวยงามของสีครับ!

 

ขวดไวน์อาลซัส (Alsace Bottle)

เกิดขึ้นหลังจากไวน์บอร์โดซ์ กับขวดไวน์ทรงผอมสูง หรูหรา (เยอรมันจะเรียกว่า ขวดทรงไม้กลอง) ซึ่งตอนนี้กลายเป็นขวดไวน์ที่เห็นปุ๊บก็ต้องนึกถึง Riesling หรือ Gewurtztraminer ซึ่งเป็นไวน์เยอรมัน acidity สูงปรี๊ด หอมสดชื่น เหตุผลเพราะสมัยก่อนเยอรมันนิยมนำเข้า Riesling ผ่านช่องทางแม่น้ำ Rhine River ที่เรียบสงบ แตกต่างจากการขนส่งไวน์ทางทะเลไปประเทศไกลๆ ทั่วไป จึงสามารถใช้ขวดไวน์ทรงสูงที่เปราะบางกว่าขวดเบอร์กันดี หรือบอร์โดซ์ แต่สามารถขนส่งทีเดียวได้หลายๆ ขวด แถมน้ำหนักเบากว่า นั่นเองครับ 

 

ขวดสปาร์คกลิ้งไวน์ (Sparkling Bottle)

ตัวขวดเองจะหนาและหนักกว่าขวดไวน์ทั่วไปเพราะต้องป้องกันแก๊ส และฟองในสปาร์คกลิ้งไวน์ที่อาจมีการขยายตัวและทำให้ขวดแตกได้ ซึ่งมีดีไซน์แบบนี้ได้จากการลองผิดลองถูกหลายครั้งของผู้ผลิตในเขตแชมเปญ เน้นสโลบไหลขวดให้ลาดมากที่สุด แถมก้นขวดถูกออกแบบให้บุ๋มเข้าไป เรียกว่า ‘punt’ เพื่อทำให้ขวดสปาร์คกลิ้งมั่นคงแข็งแรงที่สุด เพราะนอกจากการขนส่งแล้ว ในขั้นตอนการผลิตสปาร์คกลิ้งไวน์จะต้องมีการเอียงขวดเพื่อนำตะกอนออก ฉะนั้นขวดจะต้องเซฟ แตกยากที่สุดครับ

ทางด้านสีของขวด จากเดิมที่นิยมขวดทึบเพื่อกันแสง แต่ตอนนี้ต้องการขายความสวยงาม จึงนิยมใช้ขวดใสเพราะจะได้เห็นสีและฟองสวยงามภายในครับ

 

ขวดไวน์พอร์ต (Port Wine Bottle)

เป็นขวดเฉพาะสำหรับ Port Wine ไวน์หวาน fortified wine (ผสมบรั่นดี) ของโปรตุเกส โดยจะมีดีไซน์ขวดใกล้เคียงกับขวดไวน์บอร์โดซ์อย่างมาก โดยเฉพาะด้านข้างของขวดที่เก็บจะขนานกันครับ แต่แตกต่างกันชัดเจนบริเวณคอขวด ที่จะมีความเว้าเพิ่มขึ้นมาเพื่อกักเก็บตะกอนไวน์ตอนริน port wine ลงแก้วให้ได้มากที่สุด ด้วยความที่เป็นไวน์แอลกอฮอล์สูง เอจจิ้งนาน หากดื่มทานตะกอนไปมากๆ อาจทำให้ดื่มแล้วมึนเมาได้ครับ

 

ขวดไวน์โรเซ่จากพรอว็องส์ (Provence Rosé bottle)

เป็นอีกหนึ่งขวดที่มีรูปทรงสนุกๆ เหมือนพินโบวลิ่ง หรือชาวฝรั่งเศสจะเรียกว่า ‘flûte à corset’ หรือคอร์เซ็ต ชุดรัดทรงผู้หญิงนั่นเองครับ ซึ่งก็เหมาะกับไวน์โรเซ่ สีชมพูอ่อน รสชาติอ่อนหวาน หอมกลิ่นกุหลาบจาก Provence มากๆ ครับ แต่ตอนนี้อาจจะหายากหน่อยเพราะเริ่มนิยมใช้ขวดที่ผลิตง่ายกว่าอย่างเบอร์กันดี หรือบอร์โดซ์มากกว่า ฉะนั้นหากเห็นโรเซ่ทรงนี้ ให้รู้เลยครับว่าเป็นผู้ผลิตสุดคลาสสิค เน้นคุณภาพสินค้าครับ  

 

ขวดไอซ์ไวน์ (Ice Wine Bottle)

มักจะใช้กับไวน์หวานราคาแพง หรือไอซ์ไวน์ที่ผลิตได้อย่างจำกัดมากๆ จะเป็นไวน์หวานเน้นกลิ่นหอมซับซ้อนเหมือนน้ำหอม รสชาตินุ่มละมุน หรูหรา ดื่มปิดท้ายคู่กับขนมหวานมัน มักจะรินในแก้วขนาดเล็ก ค่อยๆ จิบทาน ขวดจึงจะต้องเน้นความหรูหรา เล็กลีบสูง ไม่จำเป็นต้องบรรจุไวน์แบบเยอะๆ แต่เน้นความสวยงาม สามารถเก็บกลิ่นหอมได้ครบก็พอครับ

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader