fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

ต้นกำเนิดเทรนด์ไวน์เอจใต้ทะเล

ภาพทรัพย์สมบัติใต้ท้องทะเล หลับไหลอยู่ในใต้สมุทรมืดมิด รอคอยวันเวลาที่จะมีคนมาขุดพบ ดูเป็นภาพจากการ์ตูนดิสนี่ มากกว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้จริงๆ แต่เมื่อปี 2010 สิ่งนี้เกิดขึ้นจริงๆ! แต่สมบัติที่ขุดพบไม่ใช่หีบสมบัติ เงินทอง วัตถุโบราณ แต่เป็นขวดไวน์แชมเปญ… ใช่แล้วครับ ขวดไวน์ที่ถูกหลงลืมอยู่ใต้ทะเลเป็นเวลากว่า 100 ปี ถูกกดทับด้วยมวลน้ำมหาศาล ทั้งมืดและหนาวเย็น แต่กลับกลายเป็นว่าได้ไวน์รสชาติล้ำเลิศแบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน และกลายเป็นเทรนด์การเอจไวน์ใต้ทะเลมาจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าไม่พูดถึงไม่ได้แล้วครับ!

 

ไวน์แนะนำ

การค้นพบครั้งสำคัญ!

ในปี 2010 ได้มีการขุดค้นเรือขนสินค้าที่อัปปาง ณ ทะเลบอลติก ภายในซากปรักหักพัง นักสำรวจค้นพบขวดแชมเปญ ที่ถูกทิ้งไวน์ในเรือกว่า 168 ขวดยาวนานกว่า 170 ปี ซึ่งพอได้ลองแกะชิมแชมเปญภายใน ทุกคนก็ถึงกับตะลึง เพราะแชมเปญมีรสชาติที่สมบูรณ์มากๆ แม้แต่ฟองอากาศที่เป็นจุดขายของแชมเปญ ก็ยังคงความนุ่มละมุนลิ้น ตามมาด้วยโน้ตแสนลึกล้ำที่หาได้ยากในแชมเปญทั่วไป 

โดยแม้สลากไวน์จะย่อยสลายไปแล้ว แต่จากการตรวจสอบลักษณะขวดอย่างละเอียด ทำให้รู้ได้ว่าแชมเปญขวดนี้เป็นของแบรนด์ Veuve Clicquot Ponsardin แชมเปญเฮาส์สุดคลาสสิค หนึ่งในแบรนด์ที่ดังที่สุดในโลก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าการที่ขวดไวน์ยังมีสภาพสมบูรณ์ขนาดนี้ แถมไวน์ข้างในยังไม่เสีย ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์ เพราะทะเลบอลติกมีคุณสมบัติที่เหมาะสมทุกประการณ์ในการเอจไวน์ ตั้งแต่อุณหภูมิที่หนาวเย็น ประมาณ 1-3 องศาตลอดทั้งปี ไปจนถึงความลึกที่พอเหมาะ ไม่ลึกจนแรงกดทำลายขวดจนแตกสลาย แต่ลึกพอที่แสงอาทิตย์ไม่ทำให้ไวน์เน่าเสีย

โดยแชมเปญที่เอจใต้ทะเล มี iron, copper, sodium และ chlorine สูงกว่าไวน์ทั่วไปเนื่องจากโมเลกุลแร่เหล็ก และเกลือในทะเลแทรกซึมเข้าไปในขวด แต่แทบไม่เจอ acetic acid ซึ่งเป็นกรดที่จะเกิดขึ้นในไวน์ที่เน่าเสีย เป็นสัญญาณว่าไวน์นั้นดื่มได้! ซึ่งรสชาติของแชมเปญ เริ่มด้วยโน้ตนำของเนื้อสัตว์ ขนสัตว์เปียกๆ ไปจนถึงชีส แต่เมื่ออากาศเข้าไปในแชมเปญมากๆ เข้า โน้ตเปลี่ยนไปเป็นกลิ่นเครื่องเทศย่างไฟ รมควันเล็กๆ และเครื่องหนัง และที่น่าตกใจมากๆ คือแชมเปญยังแอบซ่อนกลิ่นหอมผลไม้ ดอกไม้ อยู่ในไวน์ค่อนข้างเยอะ ให้ความล้ำลึก ซับซ้อนแบบที่หาไม่ได้ในแชมเปญทั่วไป

นี่คือการค้นพบครั้งใหญ่ในวงการไวน์ บางขวดถูกส่งไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ บางขวดถูกส่งไปวิจัยเพื่อพัฒนาการเอจจิ้งใต้น้ำต่อไป ส่วนบางขวดถูกประมูล และขายในราคาที่สูงลิบกว่า 100,000 ยูโร (ประมาณ 3-4 ล้านบาท)

 

การเอจจิ้งไวน์ในทะเล กับไวน์ในยุคปัจจุบัน

นี่เป็นจุดประกายสำคัญ สำหรับไวน์เนอร์รี่หลายๆ แห่ง ที่ได้มีการลองนำไวน์ชั้นเยี่ยมของตนลงไปเอจใต้ทะเล เริ่มต้นที่ผู้ริเริ่มปรากฎการณ์ทั้งหมดนี้อย่าง Veuve Clicquot ซึ่งได้ทำการทดลองนำแชมเปญ 350 ขวด ลงไปเอจในทะเลบอลติกลีกประมาณ 43 เมตร

นอกจากนั้นยังมีผู้ผลิตไวน์รายย่อยจาก Croatia ที่เริ่มผลิตไวน์เอจใต้ท้องทะเล และนำมาจำหน่ายเชิงพาณิชณ์ ชื่อ Edivo Vino ซึ่งเอจไวน์เกรดพรีเมี่ยมในทะเล Adriatic ณ ความลึกถึง 180 เมตร เป็นระยะเวลา 700 วัน หรือเกือบ 2 ปี 

นอกจากนั้นก็ยังมีผู้ผลิตบางเจ้าที่เอาไอเดียนี้ มาใช้กับไวน์ entry level ราคาไม่แพง อยากที่หลายๆ คนคาดคิด เช่น Cavas Submarinas ผู้ผลิตไวน์จากชิลี ซึ่งได้นำไวน์ไปเอจในถ่ำใต้น้ำใกล้ๆ วินยาร์ดของตน โดยทะเลชิลีแม้จะไม่ได้หนาวเท่าทะเลบอลติก แต่ก็มีกระแสน้ำเย็นที่เรียกว่า Humboldt Current พัดผ่านเข้ามาในอ่าว ทำให้เหมาะกับการเอจจิ้งไวน์ ซึ่งทางผู้ผลิตจะทำการนำไวน์ไปเอจใต้น้ำประมาณ 3-4 เดือนครับ

ซึ่งตอนนี้อาจจะยังเร็วไปนะครับ ที่จะบอกว่าไวน์ที่เอจใต้ท้องทะเล กับไวน์ที่เอจในเซลเลอร์ทั่วไป แบบไหนรสชาติดีกว่ากัน แต่ที่แน่ๆ คือไวน์ที่เอจใต้ทะเล ถูกกู้ขึ้นมาจากเวิ้งทะเลลึก ดูเท่และแนวกว่าไวน์ที่เอจในตู้ธรรมดาเป็นไหนๆ!

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader