fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

5 ไอเดีย Food Pairing Shiraz + เมนูเด็ด

สุขสันต์ Shiraz Day ครับผู้อ่านที่รักทุกท่าน! วนกลับมาเป็นปีที่สองแล้วนะครับกับวันแห่งการเฉลิมฉลองไวน์สัญชาติออสเตรเลียที่เป็นที่นิยมมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลกอย่าง Shiraz ปีนี้พิเศษกว่าปีไหน ๆ เลยละครับ เพราะไวน์แมนมี 5 ไอเดียจับคู่ Shiraz กับอาหารอร่อยมาให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ในการดื่มด่ำไปกับ Shiraz อันแสนเข้มข้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลอง Shiraz Day ในปีนี้นั่นเองครับ!

 

ทำไมต้องมี Shiraz Day?

ต้องขอท้าวความก่อนครับว่าก่อนที่จะมีชื่อ Shiraz ถือกำเนิดขึ้นมา องุ่นและไวน์ชนิดนี้มีชื่อเรียกว่า Syrah มาก่อนครับ โดยมันมีแหล่งกำเนิดอยู่ในเมือง Rhône Valley ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศสครับ และด้วยรสชาติที่แสนจะเข้มข้นเกินต้านทาน Syrah จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนถูกเผยแพร่ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก จนกระทั่งในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 จึงได้ถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศออสเตรเลียนั่นเองครับ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องธรรมชาติของประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษอย่างออสเตรเลียครับที่ปลูกองุ่นพันธุ์นี้ได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ และได้เปลี่ยนชื่อขององุ่นให้เรียกง่ายขึ้น จาก Syrah เป็น Shiraz

Shiraz VS Syrah

แม้จะเป็นไวน์ที่ผลิตมาจากองุ่นพันธุ์เดียวกัน แต่ด้วยสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่แตกต่างกันของสถานที่เพาะปลูกจึงส่งผลให้ Shiraz และ Syrah ไม่ได้มีรสชาติที่เหมือนกันซะทีเดียวครับ โดยในขณะที่ Syrah ที่ผลิตในพื้นที่สภาพอากาศเย็นอย่างในเมือง Rhône Valley ในประเทศฝรั่งเศสเป็นไวน์ full bodied ที่มีโน๊ตเอิร์ธตี้และสโมคกี้ของแร่ธาตุเข้มข้น ซับซ้อน และ dry ของผลไม้สีเข้มอย่างผลบลูเบอร์รี่หวาน มะกอกดำ และพริกไทย

ในทางกลับกัน Shiraz ที่ผลิตในพื้นที่ภายในรัฐ South Australia ในประเทศออสเตรเลียที่มีภูมิอากาศอบอุ่นก็จะเป็นไวน์ full-bodied สีม่วงเข้มที่มีโน๊ตฟรุ๊ตตี้หอมเข้มข้นและทรงพลังของผลไม้นานาพันธุ์อันได้แก่ แบล็คเคอแรนท์และลูกพลัมที่ผสานไปกับกลิ่นพริกไทยอ่อน ๆ ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ Shiraz ก็ยังมีเนื้อสัมผัสที่เข้มข้นและหนักแน่นของ tannin ที่มีรสชาติหอมหวานของผลแบล็กเบอร์รี่และบลูเบอร์รี่อีกด้วยครับ

จับคู่ Shiraz กับอะไรดี?

เมื่อเราทราบถึงลักษณะเฉพาะและรสชาติของ Shiraz อย่างครบถ้วนแล้ว ก็ได้เวลาจับคู่ Shiraz กับอาหารอร่อยแล้วละครับ! ทริคที่ผมนำมาเสนอก็ไม่ยากเลยครับ เพียงแค่เราต้องทราบเอาไว้ว่าไวน์ full-bodied โน๊ตเข้มข้นอย่าง Shiraz เนี่ยจะเหมาะสมกับอาหารจานหลักที่มีส่วนประสมหนัก ๆ เช่น เนื้อสัตว์หรือผักที่มีก้านและใบน้อยได้มากที่สุดครับ สาเหตุก็เพราะความเข้มข้นของ Shiraz จะถูกแต่งแต้มด้วยรสชาติที่เข้มข้นไม่แพ้กันของอาหารที่มีส่วนประสมดังกล่าวให้มีรสชาติที่อร่อยล้ำยิ่งกว่าเดิมนั่นเองครับ!

เนื้อวัวย่าง

หากพูดถึงไวน์และสเต็ก หลายคนจะนึกถึง Cabernet Sauvignon ก่อนเพื่อน แต่หากเป็นส่วนเนื้อที่มันเยอะ ๆ บอกเลยว่าไวน์ที่เข้าที่สุดคือ Shiraz ที่มีรสชาติเข้มข้น จัดจ้านเครื่องเทศคลอเคล้าไปกับรสชาติเข้ม ๆ ของเนื้อส่วน Fatty Cut สุด ๆ โดยหากยิ่งใช้เนื้อที่มีการปรุงรสเพิ่มเติมด้วยพริกไทยหรือใบยี่หร่าแล้วยิ่งเพอร์เฟ็คที่สุดเลยละครับ! หรือจะแพร์ริ่งกับราชันแห่งเนื้ออย่างวากิว ที่มันเลี่ยนสุด ๆ แต่หากได้ Shiraz โน้ตเข้ม ๆ บอกเลยว่าคือสวรรค์ของสายเนื้อที่แท้จริงครับ   

แนะนำ: Schild Estate, Prämie Shiraz 2017 ไวน์ Shiraz พรีเมี่ยม เอจนานกว่า 1 ปี เน้นโน้ตเอิร์ธตี้ แร่ธาตุ ผสมผสานกับบลูเบอร์รี่เข้มข้น จบด้วยแทนนินแข็งแรง และโน้ตพริกไทยดำ เข้ากับสเต็กมัน ๆ เลี่ยน ๆ เป็นที่สุด

เนื้อแกะย่าง

เนื้อแกะย่างก็เป็นเมนูที่เข้าคู่ไปกับ Shiraz ได้อย่างลงตัวมากที่สุดเมนูหนึ่งเลยละครับ เพราะด้วยรสชาติเข้มข้นของ Shiraz ที่มาพร้อมโน้ตพริกไทย สมุนไพร ช่วยกลบกลิ่นเนื้อที่มีความเหม็นสาบอ่อน ๆ เช่นเนื้อแกะและเนื้อแพะได้เป็นอย่างดี และยิ่งไปกว่านั้นไขมันที่แทรกอยู่ในชั้นเนื้อแกะก็ยังสามารถช่วยเปลี่ยน tannin รสเข้มใน Shiraz ให้กลายมาเป็นรสชาติที่นุ่มนวลและสมดุลขึ้นได้อีกด้วยครับ

แนะนำ: Peppercorn Lane, Shiraz 2016 ขอเลือก Shiraz เข้มข้น พร้อม acidity แสนลงตัว ที่สำคัญเป็น Shiraz ที่โดดเด่นโน้ตสมุนไพร สเปียร์มิ้นต์ที่เข้ากับเนื้อแกะสุด ๆ ครับ

สตูว์เนื้อวัว

สตูว์เป็นเมนูที่รวมทั้งเนื้อสัตว์และผักหนัก ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งมักจะมีลักษณะเป็นเบสข้น ๆ ที่เต็มไปด้วยรสชาติมากมาย ดังนั้นการเลือกไวน์โน๊ตเข้มข้นอย่าง Shiraz ในการจับคู่กับสตูว์เนื้อวัวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากครับเพราะมันสามารถเข้ากันได้กับสตูว์ที่นุ่มละมุนและมักจะให้ผลลัพธ์เป็นการช่วยเพิ่มรสชาติให้เนื้อวัวที่ทานคู่กันไปนั้นมีความนุ่มนวล สมดุล และกลมกล่อมมากกว่าการทานเดี่ยว ๆ นั่นเองครับ

แนะนำ: Brown Brothers, The Windmill Shiraz 2017 ด้วยความที่สตู ไม่ได้มีกลิ่นคาวของเนื้อชัดเจนเท่าไหร่ ผมมองว่าจับคู่กับ Shiraz ที่เบาลงมาหน่อยดีกว่า เน้นความฟรุ๊ตตี้ แจมมี่ ที่เข้ากับความเค็ม ๆ เปรี้ยว ๆ ของสตูซอสมะเขือเทศครับ

เสือร้องไห้ (Brisket)

อีกหนึ่งเมนูคู่สร้างคู่สมของ Shiraz ก็ไม่ใช่เมนูใดอื่นไกลเลยครับ แต่เป็นเสือร้องไห้ที่คนไทยชื่นชอบกันอย่างมากนี่แหละครับ ด้วยความที่เนื้อเสือร้องไห้เป็นเนื้อส่วนติดอกของวัวที่ค่อนข้างเหนียวและไขมันน้อยซึ่งถูกนำมาปรุงรสด้วยเครื่องเทศจนมีรสชาติจัดจ้าน เมื่อได้ทานคู่กันกับ Shiraz ที่มีรสสัมผัสเข้มข้น องค์ประกอบที่เผ็ดร้อนของเนื้อจึงช่วยให้ tannin ในไวน์มีความกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
แนะนำ: Tournon , Mathilda Chapoutier Shiraz Victoria 2017 ขอเลือกShiraz ลูกผสมระกว่างออสเตรเลีย กับฝรั่งเศส ที่มีโน้ตแบล็คฟรุ๊ต และพริกไทยดำเด่นชัด มารับมือกับความเผ็ดร้อนจัดจ้านของเมนูนี้ครับ เพราะ Shiraz เป็นหนึ่งในไวน์แดงไม่กี่ชนิดที่จับคู่กับอาหารเผ็ดได้ดีเยี่ยม

เชดดาร์ชีส

มาปิดท้ายกันที่เชดดาร์ชีสเอาใจสายชีสกันครับ ด้วยความแน่นและรสชาติที่คมและจัดจ้านของเชดดาร์ชีสนี่แหละครับที่ทำให้มันเข้าคู่ไปได้ดีกับไวน์ที่มีโน๊ตเข้มข้นและรสชาติจัดจ้านจากผลไม้หลากชนิดอย่าง Shiraz ได้อย่างดีเยี่ยม และไม่ว่าจะเป็นเชดดาร์ชีสเปล่า ๆ หรือที่อยู่ในแซนด์วิช แฮมเบอร์เกอร์ หรือเมนูอื่น ๆ ไวน์แมนก็รับประกันได้เลยครับว่าความละมุนจากการทานเชดดาร์ชีสเคียงไปกับ Shiraz จะต้องทำให้คุณเพลิดเพลินจนแทบละลายเลยละครับ

แนะนำ: The Hedonist, Shiraz 2018 ไวน์สายออแกร์นิก รสชาติสะอาดเฉียบคม โน้ตฟรุ๊ตตี้ บลูเบอร์รี่ พริกไทยนิด ๆ บวกกับ acidity ที่สดใส เข้ากับรสเค็มปะแล่มของชีสแบบสุด ๆ ครับ

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader