fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

Sauternes ไวน์หวาน No.1 ของบอร์โดซ์

หากพูดถึงบอร์โดซ์ แน่นอนว่าจะต้องนึกถึงไวน์แรงรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม หรูหรา แต่ต่ำลงมา เลียบชายฝั่งแม่น้ำการอน เป็นที่ตั้งของเขตย่อยชื่อ Sauternes (โซ-เทินซ์) ซึ่งเป็นสวรรค์แห่งไวน์หวาน เจ้าของหนึ่งในไวน์รสหวานลึกซึ้ง เข้มข้น ดังและแพงที่สุดในโลก! ชนิดที่คอไวน์ทุกคน แม้จะไม่อินกับไวน์หวานเท่าไหร่ หากได้ลองก็ต้อง ‘ว้าว’ แน่นอนครับ!

ไวน์แนะนำ

 

Sauternes คือ…

เป็นชนิดของไวน์หวานที่ผลิตในพื้นที่ย่อยในบอร์โดซ์ ตั้งอยู่บริเวญกลางๆ ค่อนไปทางใต้ของแคว้นบอร์โดซ์ เรียกว่าพื้นที่เขต Sauternais
สไตล์ : ไวน์หวานเข้มข้น full-bodied ที่นิยมเอจจิ้งในถังไม้โอ๊ค สามารถเอจได้ยาวนานเป็น 10 ปี เป็นไวน์หวานที่ได้จากการเก็บเกี่ยวช้าจนเกิดการขึ้นรา ที่เรียกว่า Noble Rot
องุ่น : Sémillon (เป็นรสชาติหลักของไวน์), Sauvignon Blanc (เพิ่มความสดชื่น acidity เข้าไปในไวน์), Muscadelle* (เพิ่มกลิ่นหอมดอกไม้)

*ไม่ใช่ทุกเจ้าที่จะผสม Muscadelle เข้าไปในเบลนด์ครับ จะเป็นที่นิยมในผู้ผลิตสมัยใหม่นิดนึงครับ

รสชาติ : หวานมาก ระดับน้ำตาลจะอยู่ตั้งแต่  120–220 กรัม/ลิตร แต่ก็เต็มไปด้วย acidity ที่ทำให้ไวน์มีความลงตัว โน้ตนำคือแอปริคอท น้ำผึ้ง บัตเตอร์สก๊อต คาราเมล มะพร้าว มะม่วงสุก ขิง แยมส้ม สอดแทรกด้วยซิตรัส ดอกไม้ ฮันนี่ซัคเคิล ปิดท้ายด้วยกลิ่นขนมปังอบ ไปจนถึงสมุนไพรอบอ่อนๆ 

 

ประวัติย่อไวน์หวาน Sauternes

ไวน์หวานไม่ได้เป็นเรื่องใหม่สำหรับชาวฝรั่งเศส เพราะได้ส่งออกไวน์หวานไปให้ชาวดัตช์มาตั้งแต่ปี 1500s แล้ว แต่ส่วนมากจะเป็นไวน์หวาน late havest ที่นิยมใส่บรั่นดี หรือน้ำตาล เพื่อเพิ่มความหวานให้กับไวน์ ใกล้เคียงกับ port wine ของโปรตุเกส หรือ Sherry ของสเปน

แต่ช่วงกลางปี 1800s ได้มี Chateau 2 แห่ง La Tour Blanche และ Chateau d’Yquem บังเอิญทิ้งองุ่นไว้บนเถานานจนเกินไปจนองุ่น นอกจากจะเริ่มมีลักษณะเหี่ยวย่น คล้ายลูกเกด ยังมีเหมือนเป็นฝุ่นผงขาวๆ ขึ้นตามเม็ด และขั้วองุ่น ซึ่งวินยาร์ดทั้ง 2 ที่ได้ทดลอง นำองุ่นดังกล่าวไปหมักทำเป็นไวน์หวาน
ผลปรากฎว่าได้ไวน์ที่รสหวานเข้มข้นกว่าเดิม แถมได้โน้ตที่ซับซ้อนขึ้น จึงได้มีการปลูก และผลิตไวน์สไตล์นี้ต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนได้รู้ว่าความจริงเจ้าฝุ่นสีขาวบนผิวองุ่นคือเชื่อราที่เรียกว่า Botrytis cinerea ซึ่งทำให้ฤทธิ์ของน้ำตาลเข้มข้นขึ้น 

 

พื้นที่ของ Sauternes

ถือว่าเป็นพื้นที่หนึ่งของ Graves ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอน แต่จะอยู่ทางใต้ลงมาหน่อย ซึ่งมี micro-climate ที่แตกต่างน่าสนใจมากครับ โดยจะมีตอนเช้าที่ค่อนข้างหนาว หมอกลงจัด โดยตอนกลางวันจะมีแดดเยอะ ค่อนข้างอบอุ่น ซึ่งความแตกต่างของอุณหภูมิจะทำให้เกิดกระบวนการ noble rot ได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นดินจะมีแร่ธาตุและหินปูนสูง ในบางพื้นที่วินยาร์ดดังๆ จะมีดินเป็นสีขาวชอล์กเลย (คล้ายๆ กับ Chablis) ซึ่งจะดีต่อองุ่นขาวมากๆ ครับ

 

แนะนำไวน์ Sauternes

Chateau d’Yquem – นอกจากจะเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกไวน์หวาน noble rot ในบอร์โดว์ d’Yquem ยังพัฒนาไวน์หวานให้เข้ากับยุคสมัยแต่ใช้วิธีสุดดั้งเดิม เป็นไวน์หวานหรูหรา รสชาติเข้มข้น แถมมีความสดชื่น acidity ตัดเลี่ยนแสนลงตัวด้วยครับ แถมยังเป็นเจ้าของ Chateau d’Yquem 1811 อันเป็นหนึ่งในไวน์ที่แพงที่สุดในโลก และเป็นไวนืหวานที่แพงที่สุดในโลกอีกด้วยครับ

 

Château Rieussec – หนึ่งในผู้ผลิตชื่อดัง ที่ตอนนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของผู้ผลิตยักษ์ใหญ่แห่งบอร์โดซ์ อย่าง Barons de Rothschild (Lafite) ผลิตแบบทันสมัย แต่ก็ยังคงความคลาสสิค ทำให้คุณได้ลิ้มรสไวน์หวาน Sauternes ในเรทราคาที่คุณเข้าถึงครับ โดยเฉพาะ Carmes De Rieussec, Sauternes AOC 2012 ที่เป็น 2nd Wine โน้ตลูกกวาดผลไม้ ซิตรัส หวานแบบเน้นความสดชื่น เหมาะมากๆ สำหรับคนที่อยากลองไวน์หวานครับ  

 

แพร์ริ่ง Sauternes กับเมนูโปรด

แน่นอนว่าไวน์หวาน จับคู่ได้ดีที่สุดกับของหวาน โดยหากเป็น Sauternes จะเหมาะกับอะไรที่มีรสชาติหนักแน่นหน่อย อย่างชีสเค้กทุกรูปแบบ ทาร์ตแอลม่อน ทาร์ตเลม่อน เมอแร็งก์ ไปจนถึงคัสตาร์ท 


แต่ไม่ใช่แค่ของหวานอย่างเดียวนะครับ เพราะไวน์หวาน Sauternes ก็ยังสามารถเข้าคู่ได้ดีกับอาหารคาวบางอย่างอีกด้วย เช่นปาร์เต้ ฟัวกราส์ซอสเบอร์รี่รีดักชั่น ไปจนถึงไก่อบสมุนไพรสไตล์เอเชีย ก็ได้ครับ โดยรสหวานจะช่วยดับเค็ม มัน หรือเผ็ดได้อย่างดีเยี่ยมครับ

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader