fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

6 เรื่องไม่น่าเชื่อ! เกี่ยวกับไวน์โรเซ่

โรเซ่ ไวน์สีชมพูสวยที่หลายคนมักจะคิดว่าเป็นไวน์รองจากไวน์แดงและไวน์ขาว แต่หากไม่มีไวน์โรเซ่ ก็อาจไม่มีไวน์ชนิดอื่นๆ เลย! เพราะนอกจากจะเป็นรูปแบบไวน์ที่เก่าแก่ที่สุด ยังเป็นไวน์ที่ทำให้เกิดการโต้แย้งกันสูงที่สุด วันนี้ไวน์แมนจึงอยากจะหยิบยกเอาทั้งชื่อเสียง และชื่อเสีย ของไวน์โรเซ่ มาเล่าสู่กันฟังกันนะครับ!

ไวน์แนะนำ

#1 โรเซ่ มาก่อนไวน์แดง ไวน์ขาวอีก!

 

 

หากพูดถึงพื้นฐานของไวน์หลายๆ คนจะนึกถึงไวน์แดง ไวน์ขาว และค่อยตามด้วยโรเซ่ แต่ความจริงแล้วมีการคิดค้นไวน์โรเซ่ได้ก่อน! ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์แล้ว โรเซ่ไวน์มีมาตั้งแต่ชั่วประมาณ 7,000 ปีก่อนคริสตกาล เนื่องจากเมื่อช่วงสมัยนั้นมนุษย์ยังไม่ได้เรียนรู้ที่จะแยกองุ่นขาวและองุ่นแดง การทำไวน์ก็จะเป็นอะไรที่ค่อนข้างพื้นฐาน นั่นคือเก็บองุ่นขาวและแดง มาเหยียบเพื่อบดทำเป็นน้ำที่ผสมผสานระหว่างเนื้อและเปลือกองุ่น จากนั้นจึงนำไปหมักในโถดินเผาที่เรียกว่า pithoi ได้องุ่นสีชมพูอ่อนๆ ที่มี Tannin สูง และ off-dry รสฝาดและไม่หวาน เกิดก่อนมีการเรียนรู้การแยกสี หรือสายพันธุ์องุ่นนับพันปีครับ

 

ซึ่งต่อมาในยุคกรีก เถาองุ่นและองค์ความรู้ด้านการทำไวน์ถูกส่งจากเมือง Phocaea สู่ฝรั่งเศสตอนใต้ เมือง Marseille แคว้น Provence ซึ่งเป็นพื้นที่แรกที่มีการผลิตไวน์ในฝรั่งเศส สามารถผลิตไวน์โรเซ่สีชมพูอ่อน รสชาติเข้มข้น สดชื่น จนโด่งดังไปทั่วโลก จนปัจจุบัน Provence ได้เป็นดั่งศูนย์กลางแห่งไวน์โรเซ่ ที่มีการผลิตเยอะที่สุด แถมยังจัดว่าเป็นโรเซ่ที่มีคุณภาพเยี่ยมที่สุดอีกด้วยครับ!

 

#2 ไวน์โรเซ่สมัยกรีกถึงโรมันเกิดขึ้นจากการเจือปนไวน์ด้วยน้ำเปล่า

 

อันนี้มีเรื่องราวความเป็นมาที่ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวครับ ต้องย้อนกลับไปเมื่อสมัยสปาต้า (400-500 BC) พระเจ้าลีออนิดัสที่ 1 ผู้ทรงเก่งกาจด้านการสู้รพเป็นที่สุด แต่สุดท้ายในบั้นปลายของชีวิต พระองค์กลับกลายเป็นคนบ้า เสียสติ และฆ่าตัวตายในคุกของตนเอง ผู้คนจึงกล่าวโทษว่าเป็นสาเหตุของไวน์ (ซึ่งสมัยก่อนไวน์จะมีส่วนผสมของแอลกอฮอร์สูงกว่าสมัยนี้มาก) ฉะนั้นการดื่มไวน์ที่ไม่ได้เจือปนด้วยน้ำ จึงถูกมองว่าเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน ไม่ถูกต้อง ฉะนั้นการเจือไวน์ด้วยน้ำ ทำให้มีสีอ่อน สีโรเซ่ จึงกลายเป็นสิ่งที่นิยมทำ โดยเฉพาะในหมู่ชนชั้นสูง โดยนอกจากจะทำให้ไม่เมามาก ยังทำให้สามารถดื่มไวน์ได้ยาวนานตลอดทั้งคืนด้วยครับ

 

#3 มีวิธีทำโรเซ่ 3 วิธีหลักๆ

 

แช่องุ่นพร้อมเปลือก – นำน้ำองุ่นแช่ผสมรวมกับเปลือกและกากขององุ่นเป็นระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 1-2 วัน ก่อนที่จะแยกองุ่นและเปลือก และเข้าสู่ขั้นตอนการหมักไวน์ตามปกติ ทำให้สีจากเปลือกองุ่นออกเป็นเฉดสีชมพูอ่อนครับ

 

Saignée – อ่านว่า San-yay แปลว่า ‘เลือดออก bleeding’ ซึ่งจะเกิดขึ้นในขั้นตอนการกด หรือบดองุ่นหลังจากเก็บเกี่ยว บ่อยครั้งจะเป็นองุ่นขาวโดยจะผสมไวน์แดงลงไปเล็กน้อย ซึ่งจะทำให้น้ำองุ่นที่ได้มีสีเข้มขึ้นครับ เป็นวิธีที่นิยมใช้ในพื้นที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตไวน์แดงอย่างเช่น Napa Valley และ Sonoma เป็นต้นครับ

การดัดแปลงสี – เป็นวิธีที่หลังจากที่ได้ไวน์แดงออกมาเรียบร้อยแล้วใส่ถ่านลงไปในไวน์แดงเพื่อดูดสีและรสชาติบางส่วนของไวน์แดงจนกลายเป็นโรเซ่ โดยเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่ก็จะไม่เป็นที่นิยม เพราะทำให้รสชาติไวน์อ่อนลงครับ

 

#4 เฉดสีของไวน์โรเซ่มีความแตกต่าง ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์องุ่น

 


ไวน์โรเซ่มีความหลากหลายทางด้านสีสันของไวน์ที่สุด ขึ้นอยู่กับปริมาณองุ่น และสายพันธุ์ที่ใช้ครับ

ไวน์โรเซ่สไตล์ Provence เน้นองุ่น Grenache เบลนด์ด้วย Syrah และ Cabernet Sauvignon เพียงเล็กน้อย ส่วนมากจะมีสีชมพูอ่อนที่สุดในบรรดาโรเซ่ในท้องตลาด เป็นสีแบบเบบี้พิงค์ แต่รสชาติฟรุ๊ตตี้ชัดเจน และมีโน้ตของสมุนไพร

เข้มขึ้นมาหน่อยก็จะเป็น Pinot noir และ Tempranillo หากเป็นไวน์โรเซ่ที่ผสม Sangiovese และ Cabernet Sauvignon จะมีสีชมพูอมส้ม หรือสีหลักจะเป็นสีชมพูและมีไฮไลท์เป็นสีส้มอ่อนๆ หากเป็นโรเซ่ที่ผสม Syrah หรือเป็นสไตล์ของRhône Valley และ Montepulciano จะเป็นโรเซ่ที่มีสีออกแดงชมพู ใกล้เคียงกับไวน์แดงมากๆ แต่รสชาติจะมีความเป็นโรเซ่ ที่ใช้ดื่มคู่กับเมนูเนื้อต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยมครับ


#5 ชื่อเสียงไวน์โรเซ่เริ่มเสียหายจากผู้ผลิตไวน์โปรตุเกส

 


ในปี 1943 ได้มีการนำไวน์โรเซ่จากโปรตุเกส 2 ยี่ห้อชื่อ
Mateus และ Lancers เข้าสู่อเมริกา และกลายเป็นว่าประสบความสำเร็จสุดๆ ด้วยรสชาติหวานหอมสดชื่น ดื่มง่าย ผนวกกับขวดเซรามิคที่โดดเด่น และราคาที่ถูก ทำให้เป็นที่ชื่นชอบอย่างมากในหมู่คนอเมริกาและยุโรปตอนกลาง 

แต่ต่อมาเมื่อผู้บริโภคเริ่มสนใจในเรื่องของคุณภาพของไวน์มากขึ้น ยอดขายของโรเซ่ไวน์ก็เริ่มตกต่ำลง รวมไปถึงทำให้แบรนด์อื่นเกิดความเสียหายไปด้วย เพราะผู้บริโภคมองว่าโรเซ่ไวน์จะต้องราคาถูก มีรสหวาน ดื่มแล้วเมาเร็ว แฮ็งค์หนัก


#6 ความนิยมไวน์โรเซ่พุ่งสูงติดลมบนในปี 2014… เพราะป๊อปเคาเจอร์

 


ในช่วงปี 1960-1990 ซึ่งเป็นยุคบูมของไวน์เกรดพรีเมี่ยม ทำให้ ไวน์โรเซ่ถูกมองว่าเป็นไวน์เกรดต่ำจนหลายคนไม่ได้มองโรเซ่ว่าอยู่ในหมวดหมู่เดียวกับไวน์แดงและไวน์ขาวด้วยซ้ำ! แต่ในช่วงปี 2010 จนไปพีคสุดในปี 2014 – 2015 ไวน์โรเซ่กลับมาฮิตสุดๆ โดยเฉพาะในอเมริกาที่ยอดขายโรเซ่เพิ่มขึ้นถึง 29% จากปี 2013 สู่ปี 2014 โดยกล่าวว่าสาเหตุสำคัญเลยคือโซเชียลมีเดีย ไปจนถึงเหล่าดาราฮอลลีวู้ด ที่เริ่มหันมาดื่มโรเซ่ ทั้งแองเจลิน่า โจลี่, แพรด พิตต์ และอื่นๆ อีกมากมาย กลายเป็นเหมือนกับแฟชั่นของหญิงสาว ฐานะดี ถ่ายรูปคู่กับโรเซ่สีชมพูหรู พร้อมติด #
YesWayRosé 

นี่ทำให้โรเซ่ ถือว่าเป็นไวน์ที่ค่อนข้างจะสร้างความแตกแยกในวงการพอสมควร เพราะจะมีคนที่นิยมดื่มโรเซ่อย่างเดียวไปเลย แต่ก็ยังมีคนที่เป็นคอไวน์แบบฮาร์ดคอร์ ที่ส่ายหน้าให้ไวน์โรเซ่ หรือมองว่าความนิยมของโรเซ่เป็นเพียงความนิยมเพียงชั่วคราวเท่านั้น

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader