fbpx

งดบริการให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี อ่านนโยบายการขาย คลิก

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

July 29, 2021

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค  

หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ
ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ

1. Cabernet Sauvignon 

Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ graphite สุดแสนน่าค้นหา ทำให้เอจได้แบบยาวๆ 30 ปี+ เลยครับ

2. Merlot 

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า Merlot เอจไม่ดีหากเทียบกับคู่หูอย่าง Cabernet Sauvignon ซึ่งแท้จริงเป็นความเข้าใจที่ผิดนะครับ เพราะ Merlot สามารถเอจจิ้งได้ดีนานพอๆ กับ cab เลย แต่อาจมาจากความนิยมผลิตไวน์ Merlot ในสไตล์ young wine ดื่มง่าย ฟรุ๊ตตี้ แทนนินนุ่ม ที่ไม่จำเป็นที่จะต้องเอจจิ้งยาวนาน หรือเป็นไปได้ว่า Merlot ส่วนใหญ่เติบโตในพื้นที่ที่เป็นดินโคลน บวกกับแสงแดดที่เจิดจ้าทำให้ได้องุ่นที่ค่อนข้างสุกมาก ฟรุ๊ตตี้นำ นิยมนำไปเบลนด์กับ cab เพื่อเพิ่มความกลมกล่อม แต่แท้จริง Merlot คุณภาพเยี่ยม เช่นในบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายอย่าง St. Emilion หรือ Pomerol สามารถเอจจิ้งได้ยาวนานเป็น 20 ปี พัฒนากลิ่นของควัน และใบยาสูบ แต่ก็ยังมีกลิ่นอายของผลไม้หลงเหลืออยู่

3. Tempranillo 

เป็นไวน์ตัวท็อปจากสเปน ที่เอจจิ้งได้ยาวนานจนเหมือนจำเป็นที่จะต้องเอจจิ้งเลยเพื่อเผยรสชาติที่ยอดเยี่ยมที่สุดขององุ่นออกมา ยกตัวอย่างเช่นหากเป็น Tempranillo จาก Rioja จะต้องเอจจิ้งอย่างต่ำ 2 ปี จึงจัดว่าอยู่ใน Classification ที่ต่ำที่สุดได้ กล่าวกันว่าต้องเอจ 5 ปีขึ้นไปไวน์จึงจะเริ่มเข้าที่ เริ่มมีความซับซ้อนของถั่วอบเครื่องเทศ ผสมผสานกับผลไม้แห้ง ซิก้าร์ มะเขือเทศอบ พร้อม acidity ที่ยังคงเหลืออยู่ไม่ทำให้ไวน์หนักหน่วงจนเกินไป

4. Sangiovese

Sangiovese เป็นพันธุ์องุ่นชั้นยอดเหมาะกับการเอจเป็นเวลานานสุดๆเลยล่ะครับ! ด้วย acidity สูงปรี๊ดผสมกับโน้ตเครื่องเทศให้ความรู้สึกจัดจ้าน ทำให้หากดื่มตอนที่ยังอายุน้อยอยู่ก็อาจจะติด acidity ที่บาดคอมากเกินไปหน่อย ต้องอาศัยการเอจจิ้งเพื่อให้โน๊ตของทาร์ตเชอรี่ พลัมแดง สตรอเบอรี่ และฟิก ผสมผสานจนได้ไวน์สุดกลมกล่อม สอดแทรกโน้ตเครื่องหนัง เอิร์ธตี้ savory ที่จะเจอได้บ่อยๆ จาก Chienti Classico ชั้นเยี่ยม เอจ 5-7 ปีขึ้นไป หรือจะเป็น Brunello di Montalcino ไวน์ Sangiovese 100% ที่ขึ้นชื่อว่าเอจได้แบบยาวๆ 10 ปี++ เลยครับ แถมโน้ตจะมีความเป็นเครื่องหนัง เอิร์ธตี้ชัดเจน

5. Nebbiolo

คงไม่มีองุ่นพันธุ์ไหนขึ้นชื่อเรื่องความสามารถในการเอจจิ้งได้เท่ากับ Nebbiolo องุ่นสีแดงอมม่วงเข้มจากแคว้น Piedmont ทางตอนเหนือของอิตาลี เจ้าของไวน์ดังภายใต้ชื่อ Barolo และ Barbaresc ที่ต้องอาศัยการโอ๊คเอจจิ้งอย่างต่ำ 2 ปี เพราะองุ่นเปลือกหนา แทนนินสูงสุดๆ ยิ่งเอจก็จะได้แทนนินจะยิ่งอ่อนโยน เผยโน้ตที่ละมุนของ Nebbiolo ออกมา เช่นกลิ่นดอกกุหลาบ ชะเอมเทศ ตัดกับโน้ตเอิร์ธตี้ พร้อมแทนนินที่ทำให้รู้สึกปากแห้ง โดยเฉพาะ Barolo ที่กล่าวว่าไวน์จะเริ่มลงตัวก็ต่อเมื่อเอจในขวดนาน 10 ปีขึ้นไป

6. Malbec

Malbec เป็นไวน์แห่งอเมริกาใต้ ที่กลับมามีชื่อเสียงใหม่ในรอบ 2 ทศวรรษนี้เท่านั้น โดยแม้จะเป็นไวน์สุด bold ที่ให้ความรู้สึกเหมือนพรุที่ระเบิดรสชาติขึ้นในปาก แต่เป็นไวน์ที่ไม่นิยมเอจจิ้งซักเท่าไหร่ เน้นความฟรุ๊ตตี้ผสมสมุนไพรชุ่มฉ่ำ แทนนินกลมกล่อมเหมือนผงโกโก้ สามารถมีโน้ตซับซ้อนตั้งแต่ยังเป็นไวน์อายุน้อย เลยนิยมดื่มขณะไวน้ยังอายุน้อย แต่หากอยากเอจจิ้งก็ทำได้เป็นระยะสั้นๆ แต่หากเอจนานๆ อาจเสียเสน่ห์ความชุ่มฉ่ำฟรุ๊ตตี้ไปได้ครับ

7. Syrah

เป็นไวน์อีกตัวหนึ่งที่หลายๆ คนเข้าใจว่าสามารถเอจจิ้งยาวนาน ด้วยความที่ bold และมีแทนนินที่แข็งแรง หากแต่โดยทั่วไปแล้ว Syrah ไม่จำเป็นที่จะต้องเอจยาวนานขนาดนั้น โดยเฉพาะหากเป็น Shiraz ที่เน้นความฟรุ๊ตตี้ โน้ตเครื่องเทศจัดๆ ที่เอ็นจอยได้แม้ไวน์อายุน้อย แต่ก็มี Syrah เกรดพรีเมี่ยม ที่สามารถเอจจิ้งยาวนาน เช่น Syrah จาก Rhone Valley เช่น Cote Rotie / Hermitage ที่เอจจิ้งได้ยาวนาน 10 ปี+ จะยิ่งเต็มไปด้วยโน้ตเครื่องหนัง ความหิน Gravel และแร่ธาตุ พร้อมแทนนินที่แข็งแกร่ง รวมไปถึง Shiraz บางวินยาร์ดใน Barossa Valley ที่เอจจิ้งได้นาน พัฒนาไวน์ให้มีความ savery กลิ่นเนื้อรมควัน พร้อมแทนนินที่ให้ความรู้สึกเหมือนดาร์คช็อคโกแล็ต เข้มข้น แบบล้ำลึกมากๆ ครับ

8. Pinot Noir 

หลายๆ คนมักเข้าผิดเกี่ยวกับ Pinot Noir นั่นก็คือองุ่นที่รสชาติเบาๆ แทนนินต่ำ จึงไม่น่าจะเอจได้นานเหมือนอย่าง Cab แต่ด้วยความที่ Pinot Noir มี acidity สูง แถมหากมาจากวินยาร์ดดีๆ ในเบอร์กันดี หรือรัฐออริกอน Pinot Noir สามารถมีความซับซ้อน เอิร์ธตี้มากๆ จึงสามารถเอจจิ้งได้ยาวนาน จึงเป็นไวน์แดงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่สามารถเอ็นจอยได้ทั้งแบบที่ไวน์ยังอายุน้อย โน้ตฟรุ๊ตตี้ สดชื่น acidity สดใส หรือจะเอจจิ้งกันยาวๆ 10 ปีขึ้นไป ก็ได้โน้ตเอิร์ธตี้ ทรัฟเฟิล สมุนไพรอบ ผลไม้แห้ง แสนซับซ้อน โรแมนติก นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไม Pinot Noir วินเทจเก่าๆ จึงเป็นหนึ่งในไวน์ที่แพงที่สุด เพราะเป็นเอจไวน์ที่รสชาตินุ่มเบา แต่ซับซ้อน แตกต่างจากไวน์บอร์ดี้หนักๆ ตัวอื่นครับ

9. Grenache

ไวน์ชนิดนี้ถือว่าค่อนข้างละเอียดอ่อนมากเลยล่ะครับ เน้นโน้ตฟรุ๊ตตี้เบอร์รี่ชุ่มฉ่ำ พร้อมแทนนินแบบหนึบหนับเหมือนเคี้ยวได้ นิยมหมักในถังสแตนเลส หรือคอนกรีตที่เน้นให้โน้ตฟรุ๊ตตี้ ผลไม้ เด่นชัด ไม่นิยมหมักในถังโอ๊ค และไม่นิยมเอจไวน์ต่อ เพราะจะทำให้โน้ตฟรุ๊ตตี้ และความชุ่มฉ่ำ สดใสของไวน์หายไป

10. Zinfandel

มีความคล้ายคลึงกับ Granache ด้วยความที่เป็นไวน์เน้นฟรุ๊ตตี้ แยมมี่ ชุ่มฉ่ำ อมหวานเล็กน้อย หากเป็น Zinfandel จากอเมริกาจะนิยมดื่มตอนยังเป็น young wine แทบทั้งหมด อาจเอจได้ซักปีสองปี แต่หากเป็น Primitivo จากทางอิตาลีที่มีโน้ตสมุนไพร เอิร์ธตี้มากกว่า จะมีศักยภาพในการเอจที่ดีกว่า แต่คนก็ยังนิยมดื่มตอนที่ยังอายุน้อยเช่นกันครับ

11. Cabernet Franc

ไวน์สุด underrate ที่รู้จักกันมากกว่าในฐานะไวน์ที่เป็นส่วนประกอบในบอร์โดซ์เบลนด์ เสริมโน้ตเครื่องเทศ พริกไทย พริกหยวก ซึ่งสามารถเอจจิ้งได้นานไม่แพ้ Merlot หรือ Cab ด้วย acidity กลางๆ และแทนนินที่แข็งแกร่ง โดยเอจแล้วอาจไม่ได้มี Nuance เท่า Cab หรือ Merlot แต่หากใครชอบไวน์โน้ตหนักแน่นจัดจ้าน ก็ไม่ควรมองข้าม Cabernet Franc นะครับ

Our favourite wines

"ไวน์" ไวน์แมน - ไวน์แดง ขาว สปาร์กลิงไวน์

สั่งไวน์ ไวน์แดง ไวน์ขาว สปาร์กลิงไวน์ กับแพลตฟอร์มไวน์ชั้นนำเเห่งประเทศไทย เลือกจากไวน์คัดสรรอย่างดีกว่า 3000 ตัว ตั้งแต่ราคาเบาๆดื่มง่าย จนถึงไวน์ขั้นเทพระดับ Grand Cru มีแสตมป์ทุกขวด

บริษัทขอสงวนสิทธิ์การสั่งให้สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น ผู้สั่งต้องรับสินค้าด้วยตัวเอง พนักงานทางร้านจะต้องมีการพบหน้าผู้สั่งและตรวจสอบบัตรประชาชนและอายุโดยไม่มีข้อยกเว้น องค์ประกอบภาพและคำอธิบายทั้งหมดไม่ได้บ่งบอกถึงประเภทและสรรพคุณของเครื่องดื่ม สั่งไวน์ ไวน์แดง ไวน์ขาว สปาร์กลิงไวน์ กับแพลตฟอร์มไวน์ชั้นนำเเห่งประเทศไทย เลือกจากไวน์คัดสรรอย่างดีกว่า 3000 ตัว ตั้งแต่ราคาเบาๆดื่มง่าย จนถึงไวน์ขั้นเทพระดับ Grand Cru มีแสตมป์ทุกขวด หลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับหลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับหลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับหลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับหลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับ
preloader