fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

Cape Mentelle ผู้ริเริ่มไวน์ใน Margaret River 

การเลือกโลเคชั่นสำหรับวินยาร์ด ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ส่วนมากวินยาร์ดจึงมักจะกระจุกกันอยู่ในพื้นที่เขตเดียวกัน จนกระทั้งมีผู้ผลิตที่บ้าบิ่น ริเริ่มที่จะสำรวจพื้นที่ใหม่ๆ เพื่อผลิตไวน์คุณภาพเยี่ยม Cape Mentelle ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผู้บุกเบิกสำคัญของออสเตรเลีย ผู้ตั้งใจจะผลิตไวน์ในพื้นที่ตะวันตกสุดของออสเตรเลีย พื้นที่ Margaret River จนตอนนี้กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ผลิตไวน์คุณภาพเยี่ยมที่สุดของออสเตรเลีย และกลายเป็นอีกแบรนด์หนึ่งในเครือ LVMH ที่ห้ามมองข้ามเลยครับ!

แถมตอนนี้มีข่าวดีสำหรับใครก็ตามที่สนใจอยากซื้อ Cape Mentelle ซื้อไวน์ 2 ขวด แบบไหนก็ได้ แถมฟรี! แก้วไวน์สุดพิเศษจาก Cape Mentelle 1 แก้ว!

ไวน์แนะนำ

จุดเริ่มต้นของ Cape Mentelle

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี 1970 Cape Mentelle เป็นเพียงวินยาร์ดเล็กๆ 100 ไร่ ชื่อ Wallcliffe Vineyard ในพื้นที่เกือบตะวันตกที่สุดของออสเตรเลียของ Margaret River ที่ห่างไกลจากวินยาร์ดส่วนใหญ่ของออสเตรเลียที่จะตั้งอยู่บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ ที่นี่เอง ที่สามพี่น้อง David Hohnen, Mark และ Giles ร่วมกับทดลองปลูกองุ่นหลากหลายสายพันธุ์ตั้งแต่ shiraz, cabernet, zinfandel, sauvignon blanc และ semillon จดสุดท้าย 3 พี่น้องเล็งเห็นศักยภาพของพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเหมาะกับการปลูก cabernet sauvignon เป็นอย่างยิ่ง!

ซึ่งจุดเปลี่ยนของ  Cape Mentelle ก็เกิดขึ้น! เมื่อปี 1983 ไวน์แดงจาก cabernet sauvignon ของ Cape Mentelle ชนะรางวัล Jimmy Watson Memorial Award อันทรงเกียรติในหมวดหมู่  ‘best one year old dry red wine’ และชนะเลิศอีกรอบในปี 1984 ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงคุณภาพ  cabernet sauvignon ของ Cape Mentelle ว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดของออสเตรเลีย นอกจากนั้น  zinfandel และ shiraz ของ Cape Mentelle ก็ยังน่าจับตามองไม่แพ้กันครับ!

 

พื้นที่ Margaret River

ส่วนมากวินยาร์ดออสเตรเลียจะตั้งอยู่แนววัลเล่ย์อันอบอุ่นของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย รัฐวิกตอเรีย ไปจนถึงรัฐนิวเซาท์ออสเตรเลีย ซึ่งล้วนแต่อยู่ทางตะวันออกของภูมิภาค ฉะนั้นจึงมีน้อยคนนักที่จะเลือกทำไร่องุ่นในพื้นที่ทางตะวันตกสุดของออสเตรเลีย อันเป็นที่ตั้งของเพชรในตมอย่าง Margaret River ซึ่งเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องเรื่องความสวยงาม เป็นพื้นที่ลุ่มแม่น้ำ Margaret ที่ไหลสู่มหาสมุทร แถมยังมีสภาพพื้นที่คล้ายกับแคว้นบอร์โดซ์ประเทศฝรั่งเศสอย่างมาก ด้วยสภาพอากาศอบอุ่น แดดเยอะ ถ่ายเทน้ำได้เป็นอย่างดี แถมสภาพดินยังมีความเป็นกรวดปนไอรอนสโตน สิ่งที่ต้องระวังก็เห็นจะมีเพียงฤดูใบไม้ผลิที่อาจหนาวเย็น มีแม่คะนิ้งเกาะ แต่นอกนั้นเรียกว่าเหมาะสมกับการปลูกองุ่นมากๆ 

ซึ่งความสำเร็จของ Cape Mentelle เป็นข้อพิสูจน์ศักยภาพของพื้นที่ Margaret River ได้ดีที่สุด จึงสามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากจริงๆ ว่าในปี 1970 Cape Mentelle เป็นวินยาร์ดแรกเลยที่บุกเบิกวินยาร์ดฝั่งตะวันตกของ Margaret River ซึ่งตอนนี้กลายเป็นพื้นที่ผลิตไวน์ชั้นนำ สำคัญไม่แพ้ Adelaide Hills หรือ Barossa Valley เลยครับ!

 

Cape Mentelle, Rosé

โรเซ่คุณภาพเยี่ยม รสชาติสดชื่น สดใส สไตล์ออสเตรเลีย แต่ก็ยังมีความเข้มข้น ทำจากองุ่นแดง 100% จาก Grenache และ Syrah เต็มไปด้วยโน้ตสตอเบอร์รี่สุกงอม หอมหวาน ผสมผสานกับโน้ตที่บ่งบอกว่าเป็นโรเซ่จากออสเตรเลีย เช่นยูคาลิปตัส ใบมิ้นท์ กลิ่นหอมเครื่องเทศ สมุนไพร ออกหญ้าเขียวๆ สดชื่น และลงท้ายด้วยโน้ตตัดเลี่ยนของซิตรัส ทำให้ไวน์จบอย่างสง่างามครับ

 

Cape Mentelle, Shiraz Cabernet

ตัวน้องใหม่ สำหรับใครที่ชอบความเป็นฝรั่งเศส ผสมผสานกับออสเตรเลีย เป็น Shiraz 55% Cabernet 40% Merlor 3% และ Zinfandel 2% สีแดงดาร์คเชอร์รี่ เต็มไปด้วยกลิ่นของแบล็คเบอร์รี่ป่า ปาปริก้าหวาน และอบเชยคั่ว ผสมด้วยกลิ่นอ่อนๆ ของใบยาสูบ และมิ้นท์ ได้รสชาติพลัมเต็มๆ แต่ยังมีความสมดุลด้วยรสวอลนัท และมัชฉะ จบด้วย tannin หรูหรา กลมกล่อมครับ

 

Cape Mentelle, Wallcliffe Sauvignon Blanc Semillon

ไม่น้อยหน้าแบรนด์น้องในนิวซีแลนด์อย่าง Cloudy Bay เพราะ Cape Mentelle ก็มีไวน์ขาวคุณภาพเยี่ยม มาจากการเบลนด์สุดคลาสสิค โดดเด่นที่กลิ่นหอมแอปเปิ้ลเขียว ผสมทาร์ตคัสตาร์ท ตัดเลี่ยนด้วยกลิ่นควันอ่อนๆ และจบท้ายด้วยโน้ตหวานๆ ของวานิลลาบีน คาราเมล ไปจนถึงดอกไม้ต่างๆ นับเป็นไวน์ขาวที่มีรสชาติซับซ้อน เสน่ห์เหลือร้ายสุดๆ ครับ

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader