fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

Michael Mondavi แบรนด์มาแรงจากตระกูล Mondavi

Michael Mondavi ถือว่าเป็นอีกแบรนด์น้องเล็กที่แยกออกมาจาก Robert Mondavi ตั้งโดย Michael Mondavi ลูกชายแท้ๆ ของ Robert ที่น่าจับตามองมากๆ ด้วยคุณภาพของไวน์ที่ไม่เป็นสองรองจากแบรนด์พ่อเลย หากใครเป็นแฟนคลับของ RM Private Selection หรือ RM Napa ผมบอกเลยว่าคุณจะต้องหลงรัก Michael Mondavi ‘Spellbound’ และ ‘Oberon’ อย่างแน่นอนครับ!

 

หากพูดถึงไวน์อเมริกา ชื่อแรกๆ ที่น่าจะขึ้นมาในหัวของคุณเลย ก็คงจะหนีไม่พ้น Robert Mondavi ผู้บุกเบิกไวน์นาปาวัลเล่ย์ และหนึ่งในวินยาร์ดที่ดังที่สุดในโลก! โดยมีจุดเริ่มต้นคือการร่วมมือกันของสองพ่อลูก ซึ่งในขณะที่ทั้งโลกรู้จักชื่อ Robert Mondavi ในฐานะชายแก่ จริงจัง เต็มไปด้วยแพชชั่น แต่น้อยคนนักที่จะรู้จัก Michael Mondavi ผู้เป็นลูกของโรเบิร์ต ในวงการขนานนามให้เป็น “quiet icon” ชายหนุ่มสุขุม พูดน้อย แต่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในความสำเร็จของ RM ซึ่งตอนนี้เขาจะไม่เงียบอีกต่อไป! ด้วยวินยาร์ดที่ Michael และครอบครัวของเขาได้ก่อตั้งขึ้นภายใต้ชื่อ ‘Michael Mondavi Family Estate’ ขณะที่ RM กลายเป็นบริษัทมหาชน แต่ M. Mondavi ถูกบริหารในครัวเรือน จึงได้ชื่อว่าเป็น ‘ยุคสมัยใหม่ของ Mondavi’ ออกไวน์มาตัวแรกก็ขึ้นแท่น Cult Wine อย่าง ‘M’ by Michael Mondavi กวาดคะแนน 94 – 96 คะแนน จากกูรูไวน์แทบทุกสำนัก ไปจนถึง Table Wine ‘Spell bound’ และ ‘Oberon’ ดื่มสนุก เข้ากับทุกมื้ออาหาร 

 

กว่าจะเป็น Michael Mondavi

แม้ Michael Mondavi จะทำงานเคียงบ่าเคียงไหลกับพ่อมาตั้งแต่ปี 1966 และได้ขึ้นเป็น CEO ของวินยาร์ด Robert Mondavi ในปี 1994 แต่เขาที่เป็นคนเงียบๆ ชอบงานเบื้องหลัง ก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์ จนกระทั้งในปี 1999  Michael Mondavi ร่วมกับภรรยา และลูกๆ ทั้ง 3 คน ได้แยกตัวออกมาก่อตั้งวินยาร์ดของตนเองภายใต้ชื่อ Michael Mondavi 

โดยวินยาร์ดที่เป็นของ M. Mondavi เลยจะมีอยู่ 2 แห่ง เป็นโลเคชั่นสุดพิเศษที่ Michael คัดสรรค์มากับมือ เพื่อปลูกองุ่นคุณภาพที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของไวน์ทุกตัวภายใต้ชื่อ M. Mondavi 

Animo Vineyard

วินยาร์ดหลักของ Michael Mondavi ตามความหมายของ Animo ภาษาอิตาเลี่ยนแปลว่า ‘หัวใจ’ หรือ ‘จิตวิญญาณ’ ตั้งอยู่ใน Atlas Peak ทางตะวันออกเฉียงใต้ของนาปาวัลเล่ย์ เป็นเนินเขาที่หันหนาวสู้แดด พร้อมอุดมด้วยดินภูเขาไฟ พร้อมแร่เหล็กที่ทำให้ดินมีสีแดงแทรกตามเนื้อดิน เหมาะกับการปลูกไวน์แดงชั้นเยี่ยม โดยเฉพาะ Cabernet Sauvignon รสชาติเข้มข้น ไปจนถึง Petit Verdot ที่จะให้ผลผลิตดีในวินเทจที่ร้อนๆ หน่อยครับ

Oso Vineyards

เป็นวินยาร์ดเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่าง Howell Mountain และ Sugarloaf เป็นช่องลมพัดผ่านทำให้อากาศในวินยาร์ดเย็นขึ้นมาหน่อย ทำให้สามารถปลูกองุ่นที่หลากหลายนอกจาก Cab ยังมี Sauvignon Blanc ไปจนถึง Muscat องุ่นจากวินยาร์ดนี้จึงเพิ่มความหรูหรา ซับซ้อนให้ไวน์ของ M. Mondavi 

 

ไวน์ของ Michael Mondavi

นี้คือตัวบ่งชี้ชัดเจนเลยครับ ถึงอิทธิพลของ RM โดยไวน์จะแบ่งเป็นหลายๆ เจาะกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันออกไป แต่ผลิตด้วยมาตรฐานคุณภาพเดียวกัน ทำให้ได้ไวน์คุณภาพเยี่ยมในแต่ละระดับราคาครับ

 

Spellbound 

ไวน์ดื่มง่าย ราคาต่ำแต่คุณภาพสูงตามแบบฉบับ RM Private Selection โดยเน้นรสชาติไวน์ที่สุดแสนบาลานซ์ เข้ากับมื้ออาหารได้หลากหลาย เพราะมันยากมากๆ ที่จะหาไวน์ราคาต่ำ ที่รสชาติแสนลงตัว ผลิตจากองุ่นเบลนด์จากหลากหลายวินยาร์ดในแคลิฟอร์เนีย จะเป็นองุ่นแคลิฟอร์เนียทั้งหมด 

Spellbound, Cabernet Sauvignon 

เป็นไวน์ที่ให้ทุกอย่างที่ Young Cab สไตล์แคลิฟอร์เนียจะให้ได้ โดดเด่นโน้ตดาร์คฟรุ๊ต แบล็คเบอร์รี่ พัมสุก สอดแทรกความโอ๊คกี้อ่อนๆ พร้อมโน้ตซิกเนอเจอร์ของไวน์แคลิฟอร์เนียอย่างไม้สนซีด้าและใบยาสูบ ปิดท้ายด้วยแทนนินนุ่มละมุน 

 

Oberon

สำหรับใครที่อยากได้ไวน์คุณภาพอัปเกรดขึ้นมาหน่อย ที่มาจากวินยาร์ดในนาปาวับเล่ย์ดังๆ ทั้งหมด ตั้งแต่จาก St. Helena, Oak Knoll, Yountville และอื่นๆ อีกมากมาย เปรียบได้กับ RM Napa ให้ ‘Oberon’ เป็นตัวเลือกของคุณ

Oberon, Chardonnay

ความพิเศษของ Chardonnay ตัวนี้คือเป็นองุ่นที่มาจากวินยาร์ดใน Carneros ซึ่งขึ้นชื่อมากๆ เรื่องการผลิตไวน์ขาว ผสมผสานกับเทคนิคการเอจในถังโอ๊คที่ทำให้ไวน์ไม่เสียฟรุ๊ตโน้ต แต่ได้โน้ตที่ซับซ้อนของคาราเมล ผสมไวท์แพร์ และแอปเปิ้ลอบ ลงท้ายด้วยรสสัมผัสคล้ายๆ เครมบลูเรย์ 

 

Emblem

สำหรับใครที่อยากรับรู้รสชาติที่แท้จริงของ M. Mondavi ไวน์ Emblem เป็นดั่งความภาคภูมิใจของตระกูล ซึ่งจะมีความพิถีพิถันในการผลิตมากๆ องุ่นจะมาจากการเก็บเกี่ยวด้วยมือทั้งหมด พร้อมไวน์จะต้องผ่านการเอจจิ้งถึง 18 เดือนในถังโอ๊คฝรั่งเศส โดยใช้องุ่นส่วนใหญ่มากจาก Oso Vineyards 

Emblem, Cabernet Sauvignon

เป็น Cab ที่ดื่มง่ายอย่างไม่น่าเชื่อครับ! อัดแน่นด้วยโน้ตดาร์คพลัม ผสมผสานกับช็อคโกแล็ต และเฮเซลนัท พร้อมไฮไลท์คือแทนนินที่ผสมผสานกับไวน์ ทำให้มีรสสัมผัสนุ่มแต่ก็มีความแข็งแกร่งเหมือนกำมะหยี่ครับ

 

Animo

ตั้งตามชื่อวินยาร์ดสำคัญประจำครอบครัว Animo เปรียบกับจิตวิญญาณของตระกูล ทำให้นึกถึง RM เกรดพรีเมี่ยมซักขวด เน้นไวน์แดงรสชาติเข้มข้นซับซ้อน คุณสมบัติที่ทำให้ไวน์ของ Mondavi เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกครับ

Animo, Cabernet Sauvignon 2016

ด้วยเรทคะแนนไม่เคยต่ำกว่า 90 คะแนนจากนักวิจารณ์ไวน์ดังๆ ทั่วโ,ก ทำให้แทบจะมั่นใจได้เลยถึงคุณภาพภายใต้ชื่อ ‘Animo’ เป็นไวน์รสเข้มข้น จาก Cab ในวินยาร์ดของครอบครัว Mondavi 100% เต็มไปด้วยโน้ตของเบอร์รี่หอมขึ้นจมูก ตามด้วยบลัดออเรนจ์ ลงท้ายด้วยความขมของโกโก้ที่มาจากแทนนินหนักหน่วง แต่ก็ยังได้โน้ตซิตรัสตัด แสนลงตัว แตกต่างจากไวน์สไตล์โมเดิร์นหลายๆ ตัวที่หนักแน่นแต่ไม่มี Nuance ครับ 

 

M by Michael Mondavi

สุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด คือเพชรเม็ดงามของ Michael ไวน์ที่เน้นคุณภาพแบบสุดๆ จนจัดว่าเป็น Cult wine ที่มีนักดื่มหลายๆ คนจับจองอยู่อย่างแน่นขนับ ถูกผลิตแบบออแกนิค 100% ผลิตจากองุ่นที่ดีที่สุดในวินยาร์ด Animo เน้นไปเลยที่การชูรสชาติเข้มข้น ซับซ้อนของ Cabernet Sauvignon เป็นไวน์ที่มีรสชาติหลอมรวมกันดีเยี่ยมอันเป็นสัญญาณของการเอจจิ้งที่ยอดเยี่ยม เบอร์รี่ถูกผสมผสานเข้ากับโน้ตของสมุนไพร ชะเอมเทศ ใบเสจ และดอกลาเวนเดอร์ จบด้วยแทนนินให้ความรู้สึกหรูหรา ละมุน แต่ก็เกาะติด ตอนจบยาวครับ

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader