fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

ไวน์ในเครือกระเป๋าหลุยส์ LVMH มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด!

โลกธุรกิจต้องสั่นสะเทือน! เมื่อปี 1987 แฟชั่นเฮ้าส์ยักษ์ใหญ่อย่าง Louis Vuitton (หลุยส์ วิตตอง) ได้จับมือกับ Moët ผู้ผลิตแชมเปญหรู และ Hennessy ผู้ผลิตสปิริต หรือคอนยัคชั้นเยี่ยม ก่อตั้งเป็น conglomerate หรือกลุ่มบริษัทบริหารธุรกิจเกี่ยวกับของใช้หรูหราผ่านการเซ็นสัญญามูลค่า 4 พันเหรียญสหรัฐ  ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทในเครือมากถึง 75 บริษัท แผ่ขยายสู่อุตสาหกรรมหลักๆ 5 อุตสาหกรรมด้วยกัน ตั้งแต่แฟชั่น เครื่องประดับ เครื่องสำอาง ขายปลีก และสุดท้ายคือไวน์ และสปิริต

 

ไวน์แนะนำ

กว่าจะมาเป็น LVMH 

 

ด้วยความที่มูลค่าของการรวมธุรกิจระหว่าง Moet-Hennessy และ  Louis Vuitton ในปี 1987 สูงถึง 4 พันล้านเหรียญ ซึ่งถือว่ามหาศาลเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว ทำให้มีปัญหาเรื่องข้อตกลงการถือหุ้น เพราะถึงแม้ว่าต้นความคิดจะมาจาก Louis Vuitton แต่ตอนนั้น Moet-Hennessy ก็มีธุรกิจที่ใหญ่กว่า LV ถึง 3 เท่า! จนสุดท้าย Moët-Hennessy ได้ดึง Bernard Arnault นักบริหารการเงิน เข้ามาจัดการระบบ และร่วมถือหุ้นส่วนกลางของ LVMH แต่ด้วยความทะเยอทะยาน และการหนุมหลังของธนาคาร French investment และ โรงกลั่นเบียร์ Guinness จากอังกฤษ ทำให้ไปๆ มาๆ Bernard Arnault กลับกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ LVMH ถึง 45% เลยทีเดียว!

 

ประเด็นนี้จุดประกายให้เกิดสงครามด้านกฎหมาย ระหว่าง Louis Vuitton และ Bernard Arnault ซึ่งถูกหนุมหลังโดย  Moet-Hennessy ยาวนานถึง 18 เดือน! จนสุดท้ายผู้บริหารเก่าของ LV สู้แรงกดดันไม่ไหวน จึงทำให้ Bernard Arnault ได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้บริหารเครือบริษัท LVMH อย่างเต็มตัว จนมาถึงปัจจุบันนี้เลยครับ! โดยจุดเด่นของเครือ LVMH คือการบริหารที่คอยช่วยสนับสนุนบริษัทต่างๆ เชิงธุรกิจ แต่ไม่เข้าไปแทรกแซงเกี่ยวกับอัตลักษณ์ การสร้างสรรค์ และจุดเด่นของบริษัทในเครือครับ!

 

แบรนด์ไวน์ในเครือ LVMH

 

พอจะเข้าใจความเป็น LVMH กันมากขึ้นแล้ว วันนี้ไวน์แมนจะทำการเปิดกรุไวน์ในเครือ LVMH ที่นอกจากแชมเปญหรูอย่าง Moët & Chandon หรือคอนยัคไฮเอนอย่าง Hennessy แล้ว LVMH ยังมีไวน์อื่นๆ ในพอร์ตโฟริโอที่น่าสนใจไม่แพ้กัน! อีกทั้งยังมีราคาที่เข้าถึงง่ายอย่างที่คุณๆ อาจไม่เชื่อเลยก็ได้ครับ!  


 

สมาชิกไวน์หลักๆ ในเครือ LVMH

  • Dom Pérignon (1668) แชมเปญเกรดพรีเมี่ยม อมตะ เน้นเอจจิ้งแชมเปญที่ผลิตแค่วินเทจละไม่กี่ขวด ภายหลังได้ร่วมมือกับศิลปินร่วมสมัยมากมายจนได้ลุคที่หรูหรา โมเดิร์นขึ้น 
  • Ruinart (1729) แชมเปญเฮ้าท์แรกของโลก สนับสนุนช่างฝีมือและศิลปินมายาวนานหลาย 100 ปี ขึ้นชื่อเรื่อง Blanc de Blancs สีเหลืองอ่อนรสละมุน
  • Moët & Chandon (1743) แชมเปญเฮ้าท์เก่าแก่อันเป็นที่โปรดปรานของขุนนางและกษัตริย์ และไม่เคยหยุดยั้งในการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ และเป็นจ้าวแรกๆ ที่คิดค้น ice champagne
  • Veuve Clicquot (1816) อีกหนึ่งคลาสสิคแชมเปญเฮ้าท์ที่คิดค้น Riddling Table เพื่อเอียงแชมเปญ 
  • Krug (1843) แชมเปญเฮ้าท์หนึ่งเดียวที่ผลิตแต่ prestige Champagne ในแต่ละปี
  • Chandon (1959) Moët Chandon ขยายแบรนด์ออกมาผลิตสปาร์คกลิ้งไวน์สไตล์เดียวกับแชมเปญแต่ผลิตในโลเคชั่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ฝรั่งเศส 

– อาร์เจนติน่า (1959) เป็น Chandon โลเคชั่นแรก
– บราซิล (1973)
– ออสเตรเลีย (1986)
– จีน (2013)
– อินเดีย (2014) 

  • Terrazas de los Andes (1996) แบรนด์ลูก Moët & Hennessy ผลิตไวน์คุณภาพเยี่ยม ราคาเข้าถึงได้ในอาร์เจนติน่า ขึ้นชื่อเรื่องไวน์ที่เข้ากับเนื้อได้อย่างดีเยี่ยม รสชาติเข้มข้นแต่นุ่มละมุน อันเป็นจุดเด่นของไวน์จากพื้นที่ Mendoza 
  • Cape Mentelle (1970) แบรนด์ลูก Moët & Hennessy บุกเบิกไวน์ออสเตรเลียใน Margaret River ขึ้นชื่อเรื่อง cabernet sauvignon ที่กวาดรางวัลมามากมาย

  • Cloudy Bay (1985) แบรนด์น้องเล็ก Moët & Hennessy บุกเบิกไวน์นิวซีแลนด์ ขึ้นชื่อเรื่อง sauvignon blanc รสสดใส
  • LVMH (1987) ถือกำเนิดกลุ่มบริษัท LVMH

 

เรียกได้ว่าผู้ผลิตไวน์ทุกตัวในเครือ LVMH ไม่มีตัวไหนธรรมดาเลยครับ ทุกตัวล้วนแต่มีเรื่องราว ความเป็นมา และจุดเด่น นำเสนอความหรูหราจากอดีตสู่อนาคตได้อย่างสง่างามไม่เคยตกเทรนด์เลยครับ! ใครอยากรู้รายละเอียดของแบรนด์หลักๆ ในเครือ LVMH ไม่ว่าจะเป็น Chandon, Terrazas ไปจนถึง Cape Mentelle และ Cloudy Bay ตามมาอ่านบทความอื่นๆ ในซีรีย์กันได้เลยครับ!

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader