fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

รวมไวน์ โน้ตน้ำผึ้ง

ลองคิดดูนะครับ ไวน์กลิ่นหอมผลไม้เย้ายวน รสฝาดนิดๆ acidity หน่อยๆ และลงท้ายด้วยความหอมหวาน ชุ่มฉ่ำของน้ำผึ้ง ทำให้โน้ตของไวน์มีความโรแมนติก น่าค้นหา แถมดื่มง่ายมากๆ ครับ จึงถือว่าเป็นโน้ตอีกตัวในไวน์ที่หลายๆ คนหลงรัก รวมถึงไวน์แมนเอง ก็ชอบโน้ตหวานๆ อันมีหลากหลายมิติของน้ำผึ้งในไวน์ขาว หรือไวน์หวานมากๆ ครับ… มาดูกันว่าจะมีไวน์ตัวไหนบ้างที่โดนใจไวน์แมนสุดๆ ครับ 

ไวน์แนะนำ

 

I Giusti & Zanza, “Nemorino” White, IGT (Trebbiano-Semillon) 2016

Tuscany, Italy
985฿
WE90 

มาเริ่มกันที่ไวน์ขาวจากอิตาลี ใช้องุ่นสุดคลาสสิคของอิตาลี และฝรั่งเศสอย่าง Trebbiano โน้ตฟรุ๊ตตี้ สดชื่น พีช ซิตรัส เบซิล ผสมผสานกับองุ่นที่นิยมนำไปทำไวน์หวานอย่าง Semillon โดดเด่นที่กลิ่นหอมดอกไม้ และเอจจิ้งในถังโอ๊คฝรั่งเศส ทำให้ได้ไวน์ขาว mid-bodied รสชาติลงตัว สดชื่น แต่ก็เต็มไปด้วยความซับซ้อน เป็นไวน์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมดอกไม้ กุหลาบป่า สอดแทรกด้วยกลิ่นน้ำผึ้งอะคาเซีย ที่จะมีรสชาติเบาๆ อ่อนโยนกว่าน้ำผึ้งเข้มข้นทั่วไป ตบท้ายด้วยความสดชื่นของผลไม้เขตร้อน 

 

Peter Lehmann, H&V Chardonnay 2018

Barossa, Australia
1,205฿

Chardonnay เป็นอีกหนึ่งองุ่นที่สามารถพัฒนาโน้ตน้ำผึ้งได้ โดยเฉพาะหากเป็น Chardonnay ที่เอจจิ้งในถังโอ๊ค พัฒนาจนเป็นสีเหลืองทอง มีไฮไลท์สีเขียวตรงขอบๆ เล็กน้อย หอมกลิ่นพีชขาว ผสมผสานกลิ่นหอมไหม้ๆ ของขนมปังปิ้ง โดยโน้ตของน้ำผึ้งอาจไม่ได้แสดงออกชัดเจน เป็นกลิ่นหอมดอกไม้ขึ้นจมูก แต่จะแสดงออกมาผ่านรสสัมผัส พร้อมกลิ่นหอมหวานปลายๆ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้ชอบไวน์หวาน ขอแค่มีความรู้สึกเหมือนน้ำผึ้งในไวน์ก็พอแล้วครับ 

 

Bolla, Soave Classico DOCG 2017

Veneto, Italy
770฿
WS85

ปิดท้ายกันด้วยไวน์ขาวเบลนด์ Garganega และ Trebbiano ซิกเนเจอร์ของอิตาลี สีเหลืองฟางอ่อนๆ ที่มีความหอมดอกไม้ขึ้นจมูก เมื่อดื่มเข้าไปจะมีความสดชื่นของกลิ่นแพร์ เลม่อมชัดเจน พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำผึ้ง ทำให้ตอนจบยาว แถมหรูหราขึ้นมาทันที เป็นไวน์ mid-bodied แสนลงตัว acidity สดใส ลงตัว เป็นไวน์ขาวที่ไม่ต้องเอจ สามารถดื่มได้เลย ง่ายๆ ชิวๆ เข้ากับเมนูหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารอิตาเลี่ยนที่เป็นซีฟู้ดครับ

 

Casa Martelletti, Prosecco DOC

Prosecco, Italy
900฿

นอกจากไวน์ขาว หรือไวน์หวานแล้ว สปาร์คกลิ้งไวน์บางตัวก็มีโน้ตหอมหวานของน้ำผึ้งได้ในครับ โดยเฉพาะ Prosecco จากอิตาลีที่มีเอกลักษณ์ตรงที่มีรสชาติหวานเล็กน้อย ควบคู่กับฟองอากาศซ่าๆ ซึ่งจะละเอียดอ่อนกว่า Prosecco หลายๆ เจ้าครับ นี้เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้สปาร์คกลิ้งไวน์ของ Casa Martelletti ดื่มง่ายกว่าเจ้าอื่นครับ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยโน้ตหอมสดชื่นของเมล่อน แอปริคอต ฝรั่ง ปิดท้ายด้วยกลิ่นหอมหวานปลายๆ ของน้ำผึ้ง ยิ่งทำให้สปาร์คกลิ้งไวน์มีความหวาน และ Acidity แสนลงตัว ให้ความรู้สึกสดชื่น ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไปครับ

 

Howard Park, Flint Rock Chardonnay 2018

Mount Barker, Australia
1,180฿

ไวน์อีกตัวของออสเตรเลีย คราวนี้เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกวินยาร์ดแถวแอดิเลด มีสภาพอากาศอบอุ่น ติดทะเล คล้ายเขตเมดิเตอร์เรเนียน จึงได้ไวน์รสชาติเข้มข้น เป็นไวน์ขาวสีเหลืองฟาง ใสๆ แต่อัดแน่นไปด้วยโน้ตของพีชขาว หอมซิตรัสชัดเจน และกลิ่นหอมน้ำผึ้งที่เหมือนกับถูกเคี้ยวจนแห้ง คล้ายน้ำตาลทราย หรือคาราเมล พร้อมตอนจบยาว ได้โน้ตของแร่ธาตุ อันเป็นเอกลักษณ์ของ Flint Rock ทำให้ไวน์มีความสดชื่นมากขึ้น ดื่มสนุกขึ้นครับ

 

Domaine Weinbach, Gewurztraminer 2018

Alsace, France
2,140฿

มาต่อกันที่องุ่นขาวเน้นกลิ่นอีกตัวโปรดของไวน์แมนกับ Gewurztraminer ซึ่งมีจุดเด่นที่โน้ตหวานหอมเหมือนน้ำหอม ผสมผสานกลิ่นเครื่องเทศอ่อนๆ ตรงปลาย ก่อนดื่มให้ลองดอก่อนเลยครับ จะได้กลิ่นหอมของแอปริคอต ดอกไม้ขาว ลอยขึ้นมาเตะจมูกก่อน จากนั้นก็ค่อยๆ ตามด้วยกลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้ง ซึ่งยิ่งดื่มเข้าไปก็จะยิ่งได้โน้ตของน้ำผึ้งหอมฟุ้ง ปิดท้ายด้วยโน้ตแร่ธาตุ ตัดเลี่ยนด้วยตอนจบคมกริบ สวยงามครับ

 

Inniskillin, Gold Oak Aged Vidal 2011

Peninsula, Canada
3,940฿
WE89

ไวน์หวานที่ขึ้นชื่อว่าหายาก และผลิตยากมากๆ เป็น ice-wine จากแคนนาดา ที่ได้จากการนำองุ่น Vidal ที่สุกงอมในช่วงหน้าหนาวมาหมักขณะที่องุ่นยังแข็งอยู่ ทำให้ได้ไวน์หวานละมุนที่มีกลิ่นหอมผลไม้ชัดเจนที่สุด ตั้งแต่กลิ่นแอบเปิ้ล แอปริคอท และกลิ่นอ่อนๆ ของขนมปังลูกเกด และอบเชย ตามมาด้วยความหวานละมุน โน้ตน้ำผึ้งเข้มข้น สไตล์น้ำผึ้งดอกลิ้นจี่ หรือน้ำผึ้งป่า ที่ผสมผสานกลิ่นหอมสดชื่นของผลไม้เขตร้อนเข้าไปด้วย ปิดท้ายด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเครื่องเทศ เรียกว่าเป็นไวน์หวานที่ควรค่าแก่การลองมากๆ ครับ

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader