fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

รวมวินยาร์ดสุดขั้ว ที่คุณต้องไม่เชื่อว่ามีอยู่จริง

จากยอดเข้าสูงเฉียดฟ้า สู่เกาะภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น ไปจนถึงหนึ่งในเกาะที่สันโดษที่สุดในโลก คงเป็นสถานที่ท้ายๆ เลยที่คุณจะคาดเดาว่ามีวินยาร์ดปลูกองุ่นผลิตไวน์คุณภาพแอบซ้อนตัวอยู่ ขอให้ลืมภาพเก่าๆ ของวินยาร์ดฝรั่งเศส หรืออิตาลี ที่ปลูกองุ่นเป็นแถวๆ ตามเนินเขาเรียบรุดไปก่อนนะครับ เพราะวันนี้เราจะพาคุณไปสำรวจ Most Extreme วินยาร์ดสุดขั้ว ในทั่วทุกมุมโลกกันเลยครับ!

ไวน์แนะนำ

(1) Pure Land & Super-High Altitude Vineyard – วินยาร์ดที่สูงที่สุดในโลก

เรียกว่าเป็นวินยาร์ดสูงเฉียดฟ้า ด้วยระดับความสูงกว่า 3,500 เมตรจากระดับน้ำทะเลในเขตปกครองทิเบต เขต Cai Na Xiang เมือง Lhasa โดยก่อตั้งขึ้นในปี 2012 โดยผลผลิตแต่ละวินเทจ ก็ได้มาอย่างยากลำบาก เพราะจะต้องเผชิญกับสภาพอากาศแบบสุดโต่ง ตั้งแต่สภาพแล้งในฤดูใบไม้ร่วง แสงแดดที่รุนแรงและพายุฤดูร้อน น้ำแข็งที่จะเริ่มเกาะในฤดูใบไม้ร่วง และพายุทรายในหน้าหนาว ทำให่้ต้องอาศัยเทคโนโลยีและการดูแลอย่างใกล้ชิดกว่าที่จะได้ไวน์มาซักขวดครับ แต่ผลที่ออกมาก็ดีอย่างเกินคาด เพราะสามารถปลูกองุ่นได้มากมายถึง 11 ชนิด ตั้งแต่ Muscat รสชาติเฉียบคม ไปจนถึงองุ่นสายพันธุ์ท่องถิ่นที่ไม่มีที่อื่นอีกแล้วอย่าง Bei Bing Hong องุ่นชั้นเยี่ยมที่สามารถนำมาทำเป็น ice wine คุณภาพเยี่ยม

(2) Lanzarote la Geria Vineyard – วินยาร์ดที่ปลูกริมภูเขาไฟ

ตั้งอยู่ใจกลางเกาะ Canary ในมหาสมุทรแอตแลนติก ประเทศสเปน ซึ่งเป็นหมู่เกาะแสนแปลกประหลาด ดินเป็นสีดำเทา ผสมผสานระหว่างหินกรวดและตะกอนภูเขาไฟที่เรียกว่า picón จึงอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ แต่เกาะ Canary จะมีความแห้งสูงมาก ปริมาณน้ำฝนต่อปีมีน้อยมากๆ จึงต้องอาศัยการปลูกองุ่นที่เฉพาะเจาะจงมากๆ ครับ นั้นคือการขุดหลุมเป็นทรงกรวยสำหรับองุ่น 1 เถา ปลูกเป็นหลุมแยกๆ เหมือนปลูกองุ่นบนดวงจันทร์อย่างไรอย่างนั้น! ส่วนองุ่นที่ได้เป็นสายพันธุ์ Malvasía เป็นหนึ่งในองุ่นที่เก่าแก่ที่สุดในโลก จุดเด่นคือเป็นองุ่นที่มีรสชาติหวานโดดธรรมชาติ

(3) Vin de Tahiti – วินยาร์ดกลางเกาะเขตร้อน

ลองนึกภาพหาดทรายขาวสวยละเอียด อุดมไปด้วยต้นมะพร้าว แต่สามารถปลูกองุ่น ทำไวน์คุณภาพเยี่ยมได้?! ที่นี่คือ Vin de Tahiti ที่ตั้งอยู่ในเกาะ Rangiroa ใจกลางหมู่เกาะ Tuamotus แห่งTahiti ในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยดินทรายสีขาวร่วนมีส่วนผสมมาจากการทับถมของปะการัง ทำให้มีแร่ธาตุสูงและให้กลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในการปลูกองุ่นสไตล์พอลินีเชีย ได้ไวน์ปีละกว่า 40,000 ขวด จากองุ่น Carignan, Italia และ Muscat กลิ่นซิตรัสและผลไม้เขตร้อน ผสมกับรสแร่ธาตุที่ปลายลิ้น

(4) Olkiluoto Nuclear Power Vinyard – วินยาร์ดที่อยู่เหนือที่สุด และติดกับโรงงานพลังงานนิวเคลียร์

ตั้งอยู่ในละติจูดที่อยู่เหนือที่สุดเมื่อเทียบกับวินยาร์ดอื่นๆ ที่ประเทศฟินแลนด์ เกาะ Olkiluoto ซึ่งถือว่าอยู่ในวงกลมอาร์กติก ด้วยอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปีทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในการปลูกองุ่น แต่ด้วยความที่วินยาร์ดตั้งอยู่ริมโรงงานไฟฟ้า ที่ทำให้ดินมีความอุ่นขึ้น และยังได้รับน้ำจากโรงงานที่ปล่อยทิ้งลงในทะเลบอลติก ทำให้สามารถปลูกองุ่น zilga ซึ่งเป็นสายพันธุ์องุ่นทางเหนือ สามารถทนอากาศที่หนาวเย็นได้เป็นอย่างดีครับ

(5) Bishop’s Vineyard – วินยาร์ดในสุสาน

อันนี้อาจจะไม่ได้แปลกในเชิงลักษณะดิน หรือสภาพอากาศนะครับ แต่เป็นวินยาร์ดที่ตั้งอยู่ในสุสานบริเวณเมือง Oakland รัฐ California โดยความคิดนี้เกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2000’s เมื่อราคาที่ดินเริ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มผู้ผลิตไวน์จึงมีความคิดที่จะนำต้นองุ่นไปปลูกแทรกเข้าไปในสุสาน 3 แห่ง ได้แก่  Holy Sepulchre, Holy Cross และ St. Joseph’s ตอนแรกก็ผลิตไวน์เพื่อการกุศล แต่ต่อมาเริ่มขยายกิจการเป็นเชิงพานิชน์ภายใต้แบรนด์ Bishop’s Vineyard นำเสนอไวน์สไตล์แคลิฟอร์เนียสุดคลาสสิค ตั้งแต่ cabernet sauvignon, zinfandel ไปจนถึง Chardonnay ครับ

(6) Le Domaine du Val D’Argan – วินยาร์ดโอเอซิสกลางทะเลทราย

ในทะเลทรายอันแห้งแล้งของแคว้น Essaouria ประเทศโมร็อคโคมีวินยาร์ดสไตล์ยุโรปตั้งอยู่ ซึ่งเจ้าของต้องการพิสูจน์ว่าไวน์สไตล์ฝรั่งเศสใต้ พื้นที่ Rhone Valley ในผืนแผ่นดินแอฟริกา ทดลองปลูกไปๆ มาๆ ก็เลยมาตั้งที่โมร็อคโคแห่งนี้ ที่บังเอิญสามารถปลูกองุ่นแดงสไตล์ Chateauneuf du Pape รสชาติเข้มข้น จัดจ้านจาก Grenache, Syrah และ Mourvedre ทำให้เป็นไร่องุ่นไม่กี่แห่งที่ในโลกที่ใช้อูฐในการพาทั่ววินยาร์ดครับ

นี้คงเป็นข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุดของความยืดหยุ่นขององุ่น จะสูง ต่ำ แห้ง ร้อน หนาว ขนาดไหน ก็ยังมีนักทำไวน์สุดบ้าบิ่น พยายามปลูกองุ่นผลิตไวน์รสเลิศขึ้นมาได้แทบจะทุกที่เลยครับ! ใครเบื่อไวน์ทั่วไปลองไปหาไวน์จากวินยาร์ดสุดแปลกนี้มาลองกันเลยครับ!

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader