fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

เจาะลึก Amarone ไวน์เข้มข้น จากอิตาลีเหนือ

ไวน์แดงอิตาเลี่ยน มีตัวเจ๋งๆ หลายตัว ตั้งแต่ Chianti Classico ไปจนถึง Super Tuscan รสสมดุลละมุนลิ้น แต่ในบรรดายักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ก็มีเพชรในตม นั่นคือ Amarone ไวน์ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในไวน์ที่เข้มข้น และซับซ้อนที่สุดของอิตาลี แม้จะผลิตในพื้นที่ที่หนาว ทางตอนเหนือของอิตาลี ทางแคว้น Veneto แต่ทำไมได้ไวน์ที่รสชาติถึงใจขนาดนี้?!… มาตามหาคำตอบกันเลยครับ! 

ไวน์แนะนำ

 

Amarone คือ

ชื่อเต็มๆ คือ Amarone della Valpolicella เป็นไวน์แดงชนิดพิเศษ จากจังหวัดชนบทเล็กๆ สวยงาม Valpolicella ในแคว้น Veneto ทางตอนเหนือของอิตาลี ทำจากเบลนด์องุ่นท้องถิ่น Corvina, Corvinone, Rondinella และ Molinara โดย Amarone สามารถแปลตรงตัวได้ว่า ‘The Great Bitter’ ซึ่งก็สมชื่อ จากรสชาติที่เข้มข้น มีความขมเล็กๆ ที่ปลายลิ้นสัมผัส โน้ตมะเดื่อดำ อบเชย พลัมซอส พริกไทย ช็อคโกแล็ต และกลิ่นดินกรวด ซับซ้อน น่าค้นหา

ทำไม Amarone ถึงพิเศษ และแพงกว่าไวน์อื่นๆ

หากขายในไทย แทบจะไม่มี Amarone ที่ราคาต่ำกว่า 1,000 บาทเลยครับ ซึ่งหากเป็นวินเทจเก่าๆ จากผู้ผลิตมีชื่อราคาก็สามารถพุ่งขึ้นไปหลักหลายหมื่นเลยครับ! ซึ่งเหตุผลหลักๆ ของราคาที่สูงกว่าไวน์ชนิดอื่นๆ คือขั้นตอนการผลิต

องุ่นต้องสุกงอม

การเก็บเกี่ยวองุ่นเพื่อนำไปทำเป็น Amarone นั้นจะคัดเลือกแต่องุ่นพวงที่สุกงอมจริงๆ จึงจะต้องใช้เวลาในการปลูกอย่างมาก และหากปีไหนแดดน้อย ก็อาจทำให้องุ่นไม่สุกถึงระดับที่ต้องการได้เลยครับ

การตากแห้งองุ่นก่อนการหมัก

Amarone ถูกพัฒนา แทนที่จะทำการ over-aging หลังการหมัก องุ่นจะถูกทิ้งไว้บนแคร่ไม้ไผ่จนแห้ง ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคมประมาณ 120 วัน ให้ผ่านพ้นฤดูหนาว องุ่นจะมีลักษณะคล้ายลูกเกด น้ำจะระเหยออกจากองุ่นจนเบาลงประมาณ 30%-40% ในขณะที่น้ำตาลจะสูงขึ้น ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาและแรงงานคนเยอะมากๆ ครับ

การหมัก

ต้องอาศัยเวลาการหมักที่นานกว่าไวน์ทั่วไป เพื่อแปลงน้ำตาล ให้กลายเป็นแอลกอฮอล์ โดยจะใช้เวลาประมาณ 45 วันขึ้นไป นอกจากนั้นไวน์ที่หมักเสร็จแล้ว หากเทียบกับไวน์ทั่วไป จะได้ไวน์ในปริมาณที่น้อยกว่าไวน์อื่นๆ เกือบ 2 เท่า แต่จะได้ไวน์ที่มีรสชาติเข้มข้นแบบสุดๆ ครับ

เอจจิ้ง

นอกจากการหมักจะนาน การเอจจิ้งของ Amarone ยังนานสุดๆ โดยขั้นต่ำที่สุด จะต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี (เทียบกกับบอร์โดซ์ที่ขั้นต่ำต้องเอจแค่ 1 ปีเท่านั้น) หากเป็นเกรด Riserva จะต้องเอจถึง 4-6 ปี โดยยิ่งเอจจิ้ง โน้ตมะเดื่อ และช็อคโกแล็คก็จะยิ่งซับซ้อน แถมมี tannin ที่นุ่มละมุน จบยาว เป็นไวน์อีกตัวหนึ่งที่ยิ่งเอจยาว ก็ยิ่งเลอ

ผลิตยาก

ด้วยความที่มีรายละเอียดในการผลิตเยอะมากๆ ทำให้ผู้ผลิตน้อยคนมากๆ ที่จะผลิตไวน์สไตล์นี้ จะมีแต่ไวน์มาสเตอร์ที่ชำนาญการผลิต Amarone จริงๆ เท่านั้นที่จะผลิตไวน์สไตล์นี้ครับ และจะผลิตจนกลายเป็นเหมือน Specialist ทางด้านนี้ไปเลยครับ!

ประวัติของ Amarone

แม้ Amarone ขวดแรกจะถูกขายอย่างเป็นทางการเมื่อปี 1936 ซึ่งถือว่าใหม่มากๆ หากเทียบกับไวน์แดงคลาสสิคของอิตาลีตัวอื่นๆ แต่ประวัติความเป็นมาของไวน์สามารถย้อนกลับไปได้นานกว่านั้นมากครับ

ว่ากันว่าที่มาของ Amarone จะมาจากไวน์ชนิดที่เรียกว่า Recioto ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยโรมัน ประมาณ 500AD ซึ่งเป็นไวน์แดงจากองุ่นท้องถิ่น เน้นรสชาติที่ค่อนข้างหวาน ดื่มง่าย แต่ด้วยความที่การผลิตไวน์สมัยก่อน ไม่ได้ทำอย่างมีระบบระเบียบมากนัก จึงเกิดข้อผิดพลาดในการหมักไวน์ไว้นานเกินไป (over-aging) ซึ่งทำให้ไวน์มีรสขมนิดๆ dry และรสชาติเข้มข้นขึ้น จนกลายเป็นสไตล์ไวน์ที่นิยมมาจนถึงในปัจจุบันครับ!

สไตล์ของ Amarone 

เช่นเดียวกับไวน์อิตาลีตัวอื่นๆ ที่มีศัพท์เฉพาะมากมาย บ่งบอกถึงสไตล์ต่างๆ ย่อยเจาะละเอียดลงไปอีก มารู้จักไวน์ในจักวาล Amarone กันเถอะครับ

  • Appassimento

เป็นคำที่ระบุว่าองุ่นที่ใช้ในไวน์ เป็นองุ่น late-harvest ที่ได้รับการตากแห้งจนมีลักษณะคล้ายลูกเกดมาแล้ว 100% แต่หากระบุแค่ Appassimento ส่วนใหญ่จะไม่ถือว่าเป็น Amarone แท้ 100% นะครับ เพราะอาจเป็นองุ่นที่มาจากวินยาร์ดอื่นๆ นอกเหนือจังหวัด Valpolicella เช่น Veneto IGT เป็นต้นครับ

หากอยากได้ Amarone 100% จริงๆ ส่วนมากจะมีคำกำกับว่าเป็น Valpolicella Classico ครับ

  • Ripasso

เป็นไวน์อีกหนึ่งสไตล์ที่มีความใกล้เคียง Amarone มากๆ จนได้ฉายาว่าเป็น Baby Amarone ใช้องุ่นสด หมักกับกากองุ่นที่เหลือมาจาก Amarone (เรียกว่า pomace) มาหมักรวมกัน ทำให้ได้ไวน์รสชาติละมุน mid-bodied โน้ตฟรุ๊ตตี้ ลูกกวาด บวกกับกลิ่นอายโน้ตเข้มข้น ซับซ้อนตามสไตล์ของ Amarone แต่ดื่มง่าย แอลกอฮอล์น้อย และราคาถูกกว่า 

  • Recioto

เป็นไวน์ที่ผลิตแบบเดียวกับ Amarone แต่จะไม่ได้หมักนานเท่า ทำให้ยังเหลือน้ำตาลในไวน์เยอะ ไวน์จึงมีรสหวาน แต่โน้ตเข้มข้น ซับซ้อนใกล้เคียงกับ Amarone สามารถผลิตเป็นสไตล์ Spumanti หรือสปาร์คกลิ้ง เพิ่มความสดชื่น ทำให้ดื่มง่ายขึ้นครับ

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader