fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

เรียงไวน์ จากแอลกอฮอล์น้อยไปมาก

เราสามารถแบ่งไวน์ได้หลากหลายรูปแบบนะครับ ตั้งแต่สี สายพันธุ์องุ่น พื้นที่ปลูก ไปจนถึงระดับแอลกอฮอล์ในไวน์ครับ ที่มีตั้งแต่น้อย เยอะ ไปถึงกึ่งกลางเลย ฉะนั้นวันนี้ไวน์แมนจะขอเอาเรื่องนี้มาพูด เอาใจทั้งมือใหม่หัดดื่ม อยากได้ไวน์เบาๆ ดื่มง่ายๆ ไปจนถึงสายคอทองแดง ชอบดื่มไวน์หนักๆ แก้วเดียวกรึมเลย ตามมาอ่านกันเลยครับผม!

ไวน์แนะนำ

แอลกอฮอล์ระดับต่ำ (น้อยกว่า 10%)


เป็นไวน์ light-bodied เน้นรสชาติที่สดชื่น ฟรุ๊ตตี้ โดยส่วนมากไวน์ที่มีแอลกอฮอล์น้อยๆ แบบนี้จะเป็นไวน์ที่มีรสหวานเล็กน้อย (Demi Sec / off-dry) เพราะมักจะเป็นสไตล์ของไวน์หวานที่ได้รสหวานจากการหยุดกระบวนการหมัก จึงทำให้เหลือน้ำตาลที่ยังไม่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นแอลกอฮอล์อยู่ค่อนข้างเยอะ เช่นแบบ Moscato d’Asti ไวน์ขาวรสหวานจากอิตาลี ไปจนถึง Kabinett Riesling จากเยอรมัน 

 

Kesselstatt, Piesporter Goldtröpfchen, Riesling Kabinett (off-dry) 2017
แอลกอฮอล์ 8%
ไวน์ Riesling รสละมุน เน้นกลิ่นซิตรัส มะเฟือง และพีชขาว 

 

Cantina Montelliana, Montelliana Moscato Spumante Dolce N.V.
แอลกอฮอล์ 7%
ไวน์สีเหลืองฟางสปาร์คกลิ้งเล็กน้อย กลิ่นหอมดอกไม้ แอปเปิ้ลเขียว แพร์ และสับปะรด พีช แอลกอฮอล์น้อยแต่ถูกแทนที่ด้วยความหอมหวาน ดื่มง่าย

 

แอลกอฮอล์ระดับต่ำถึงปานกลาง (10 – 11.5%)

ไวน์เบาๆ ส่วนมากจะเป็นไวน์ขาวสไตล์ unoaked รสฟรุ๊ตตี้อย่าง Pinot Gris, Sauvignon Blanc หรือไวน์แดง light-bodied อย่าง pinot noir หรือ Gamay จากพื้นที่อากาศหนาว (cool climate) อย่างเช่น Burgundy, Alsace ฝรั่งเศส ไปจนถึง Mosel เยอรมัน

 

Peter Lauer, “Barrel X” Riesling 2016
แอลกอฮอล์ 10.5%

Riesling ที่มีรสชาติเข้มข้นขึ้นมาหน่อย โน้ตแอปริคอทและน้ำผึ้ง อมหวานเล็กน้อย ดื่มง่าย สดชื่น

 

แอลกอฮอล์ระดับปานกลาง (12 – 13.5%)

นี่คือระดับแอลกอฮอล์มาตรฐานสำหรับไวน์ในยุโรป และอเมริกาใต้ส่วนใหญ่ ซึ่งไวน์แมนจะขอยึดตามหลักของยูโรปนะครับ เพราะเป็นมาตรฐานของไวน์ดังหลากหลายตัวไม่ว่าจะเป็นไวน์แดงเบลนด์ในบอร์โดซ์ แชมเปญ ไปจนถึงไวน์แดงอิตาลีจาก Chianti ไปจนถึงโรเซ่ ส่วนใหญ่ก็จะมีระดับแอลกอฮอล์อยู่ตรงระดับนี้ครับ

 

Château Calon-Segur, Le Marquis de Calon Ségur, Saint-Estèphe AOC 2015
แอลกอฮอล์ 13.5%

ไวน์บอร์โดซ์สุดคลาสสิค รสสมดุล เต็มไปด้วยโน้ตเบอร์รี่และสมุนไพร ซับซ้อน แต่ดื่มง่าย คล่องคอสุดๆ ครับ

 

Tenuta Cantagallo , Chianti Montalbano DOCG 2018

แอลกอฮอล์ 13.5%

ไวน์รสละมุนนุ่ม โดดเด่นด้วย tannin หรูหรา และโน้ตโอ๊คกี้สไปซ์ที่ทำให้ไวน์ซับซ้อนและมีเสน่ห์ขึ้นครับ

 

Champagne Besserat de Bellefon, Grande Tradition, Brut N.V.

แอลกอฮอล์ 12.5%

คลาสสิคแชมเปญ หอมกลิ่นพีชขาว และดอกไม้แห้ง

 

แอลกอฮอล์ระดับปานกลางถึงสูง (14 – 15%)

ระดับแอลกอฮอล์ที่เรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานของไวน์ dry ทั่วไปในโลกใหม่หลายประเทศ เช่นอเมริกา ออสเตรเลียและอาร์เจนติน่า รวมไปถึงสเปนที่มักผลิตไวน์แดงรสหนักๆ ส่วนมากก็จะมีหลักแลกอฮอล์อยู่ที่ระดับนี้ครับ เช่นองุ่น Cabernet Sauvignon, Malbec ไปจนถึง Nebbiolo ส่วนมากจะเป็นเรด full-bodied ครับ แต่ก็มีไวน์ขาวสไตล์ oaked รวมอยู่ด้วยเช่น Chardonnay และ Viognier ครับ 

 

Andeluna Cellars, Andeluna 1300m Malbec 2018

แอลกอฮอล์ 14.0%

ไวน์แดงอาร์เจนติน่ารสเข้มข้น แต่ดื่มง่าย ฟรุ๊ตตี้ เต็มไปด้วยโน้ตสตอเบอร์รี่ พลัม และดอกไวโอเล็ท

 

Bosio, Boschi dei Signori Barolo DOCG 2016

แอลกอฮอล์ 14.5%

ไวน์จากองุ่น Nebbiolo คลาสสิคอิตาลี เข้มข้นโน้ตเชอร์รี่ ผสมเนื้อสัตว์ และ tannin จัดเต็ม

 

L’Infernal, “Riu” Tinto Priorat DOCa 2012

แอลกอฮอล์ 15%

Grenache เบลนด์จากสเปน นำเสนอไวน์หนักๆ แน่นๆ ที่ดื่มไม่ยาก อุดมด้วยแบล็คฟรุ๊ต ผสมบัลซามิค และเครื่องเทศ

 

แอลกอฮอล์ระดับสูง (15% ขึ้นไป)

ไวน์ที่มีแอลกอฮอล์ระดับนี้มีด้วยกัน 2 กรณีครับ อย่างแรกเลยคือเป็นไวน์หวานสไตล์ Fortified wine ที่มีการผสมสปิริตหรือบรั่นดีลงไปในไวน์ด้วย เช่น port wine ของโปรตุเกส และ Sherry wine จากสเปน ที่เหลือ (เป็นส่วนน้อยแต่ก็หาได้นะครับ) จะเป็นไวน์แดงที่ถูกผลิตโดยมีแอลกอฮอล์สูงโดยธรรมชาติ เช่น Shiraz จากออสเตรเลีย ไปจนถึง Grenache เบลนด์บางตัว หรือองุ่นแดงที่ผลิตโดยการนำไปตากแห้งก่อน จึงมีระดับน้ำตาลที่สูง เมื่อนำไปทำไวน์ระดับแอลกอฮอล์ก็จะสูงขึ้นตามมาด้วยครับ

 

Fabiano, Amarone della Valpolicella Classico DOCG 2015

แอลกอฮอล์ 15.5%

ไวน์แดงเบลนด์สุดคลาสสิคจากอิตาลี เมือง Amarone ที่ได้โน้ตผลไม้แห้งเครื่องเทศชัดเจนมาจากการนำองุ่นไปตากแห้ง จึงมีแอลกอฮอล์เยอะ บวกกับโน้ตหวานเปรี้ยวแสนลงตัว

 

Quinta Do Portal, Porto Lagrima White N.V.

แอลกอฮอล์ 19.5%

ไวน์หวานจากโปรตุเกส โน้ตเปลือกส้ม น้ำผึ้ง และผลไม้แห้ง หวานแบบพอเหมาะ ให้ความรู้สึกหรูหรา

 

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader