fbpx

งดบริการให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี อ่านนโยบายการขาย คลิก

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

July 30, 2021

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!

 

1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์

องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec)

หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น Petit Verdot, Carmenère และ Malbec

โดยบอร์โดซ์เบลนด์จากฝั่งซ้าย (Médoc, Graves) ของแม่น้ำการอน จะเน้นรสชาติเข้มข้นซับซ้อน มากกว่าฝั่งขวา (Pomerol, St-Emilion) ที่จะปลูก Melot ได้ดีกว่า ทำให้รสชาติมีความกลมกล่อม นุ่มนวลกว่า ซึ่งไวน์จะมีโน้ตหลักๆ ของตะกั่ว ควัน ผสมพลัม แบล็คเบอร์รี่ และใบยาสูบเด่นชัดครับ และหากเป็นไวน์ที่ไม่ได้มาจากบอร์โดซ์ แต่ใช้ลักษณะการเบลนด์แบบนี้ จะระบุว่าเป็น ‘French Blend’ ครับ

2.Meritage เมอ-ริ-เทจ

องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec)

เป็นที่สังเกตได้ชัดเจนนะครับว่า Meritage เป็นเบลนด์ที่ใกล้เคียงกับบอร์โดซ์เบลนด์มากๆ เพราะใช้องุ่นแบบเดียวกับเบลนด์สุดคลาสสิค แต่ Meritage มีจุดเริ่มต้นที่อเมริกา นาปาวัลเล่ย์ โดยต้องการผลิตบอร์โดซ์เบลนด์ ที่จะไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ของบอร์โดซ์ จึงมีการนิยามไวน์ตัวนี้ขึ้นมา โดยส่วนมากจะเป็นไวน์แดงเกรดพรีเมี่ยมจากนาปาวัลเล่ย์ ใช้องุ่นจากฝรั่งเศส และจะต้องไม่เบลนด์องุ่นสายพันธุ์เดียวเกิน 90% ครับ นอกจากนั้นยังนิยมเอจในถังโอ๊คอเมริกัน จึงทำให้ไวน์มีโน้ตของโอ๊ค หรือวานิลลา มากกว่าบอร์โดซ์เบลนด์ครับ

จะได้ไวน์แดง Full-bodied รสชาติเข้มข้น แต่ก็สมดุล โน้ตบลูเบอร์รี่ พลัม ดอกไวโอเลท พริกไทย ซึ่งเอกลักษณ์ของ Meritage คือจะออกโอ๊คกี้ วานิลลา มากกว่าบอร์โดซ์เบลนด์ทั่วไปครับ

3.Super Tuscan ซุป-เปอร์-ทัส-คัน

องุ่น : Cabernet Sauvignon + Sangiovese + Merlot (Syrah + Cabernet Franc)

เป็นอีกหนึ่งสไตล์การเบลนด์ที่ได้อิทธิพลมาจากบอร์โดซ์ครับ ซึ่งเป็นไวน์จากทัสคานี ทางตอนกลางของประเทศอิตาลี โดยเป็นแคว้นที่โด่งดังเรื่องไวน์สไตล์คลาสสิคของอิตาลีมากๆ โดยเฉพาะ Chianti Classico ที่มาจากองุ่น Sangiovese พอได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศสมา จึงมีการสร้างเบลนด์ใหม่ที่ผสมองุ่นฝรั่งเศส Cabernet Sauvignon และ Merlot ซึ่งบางครั้งอาจผสมผสาน Syrah และ Cabernet Franc เพื่อเพิ่มโครงสร้างที่หนักแน่นให้กับเบลนด์ครับ

ซึ่งตอนนี้ Super Tuscan กลายเป็นไวน์ที่ดัง และถือว่าแพงมากสำหรับอิตาลี รสชาติเข้มข้น Full-bodied พร้อมโน้ตของบลูเบอร์รี่ กานพลู และหนังครับ

4.Chianti เคียน-ติ

องุ่น : Sangiovese (Cabernet Sauvignon + Cabernet Franc + องุ่นท้องถิ่นอื่นๆ)

ไวน์สุดคลาสสิคที่เป็นเหมือนสมบัติแห่งชาติอิตาลี จากแคว้นทัสคานี ส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดคือองุ่น Sangiovese ที่จะต้องใช้ 70-100% ส่วนองุ่นฝรั่งเศสตระกูล Cabernet ต่างๆ ห้ามใช้เกิน 15% ใช้ได้แค่เสริมให้สี และโครงสร้างของไวน์เข้มข้นขึ้นเท่านั้น เป็นข้อกำหนดเพื่อรักษาเอกลักษณ์ของ Chianti ครับ

รสชาติไวน์จะมีความสมดุล acidity สดใส ลงตัว mid-bodied เต็มไปด้วยโน้ตแบล็คเชอร์รี่ หนัง มะเขือเทศ และวานิลลา

5.Châteauneuf du Pape ชา-โต-เนิฟ-ดู-ปัป

องุ่น : Grenache + Syrah + Mourvèdre (Cinsault + Counoise + Muscardin + Piquepoul noir + Terret noir + Vaccarèse + Roussanne + Grenache blanc)

เป็นไวน์ชื่อดังจากแคว้น Rhône ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ณ หมู่บ้านเล็กๆ ชื่อ Châteauneuf-du-Pape เป็นไวน์ที่มีองุ่นหลากหลายที่สุด ซึ่งหากเป็นองุ่นแดง สามารถมีมากถึง 13+ ชนิด โดย Châteauneuf-du-Pape จะมีทั้งเรดเบลนด์ และไวท์เบลนด์ ส่วนโรเซ่ก็เพิ่งได้รับอนุญาตให้ผลิตเมื่อไม่นานมานี้ครับ โดยองุ่นหลักคือ Grenache ตามมาด้วย Syrah และ Mourvèdre ซึ่งจะเป็นเบลนด์ที่ค่อนข้างยืดหยุ่น ไม่ได้กำหนดว่าต้องผสมองุ่นสายพันธุ์ไหนบ้าง ในสัดส่วนที่เท่าไหร่ บางครั้งก็มีการผสมองุ่นขาวลงไปด้วย เช่น Roussanne  และ Grenache blanc ไวน์จึงค่อนข้างแตกต่างกันไปตามแต่ละสไตล์ของผู้ผลิตครับ

โดยรสชาติจะเข้มข้น full-bodied จัดหนักโน้ตเอิร์ธตี้ เศษหิน แร่ธาตุ ตามสไตล์ไวน์จาก Rhone Valley แต่ก็มีกลิ่นหอมดอกไม้ หรือผลไม้แห้งจางๆ จากไวน์ขาวเพิ่มความหรูหรา ซับซ้อนให้ไวน์ครับ

6.GSM ‘Rhône’ Blend จี-เอส-เอ็ม-เบลนด์

องุ่น : Grenache + Syrah + Mourvèdre

เป็นชื่อที่จะใช้เรียกเบลนด์ที่ได้รับอิทธิพลมาจาก Châteauneuf du Pape ใช้องุ่นสามชนิดหลักๆ ได้แก่ Grenache, Syrah และ Mourvèdre ซึ่งตอนนี้เป็นเบลนด์ไวน์ที่นิยมปลูกอย่างมากในออสเตรเลีย และอเมริกา ที่ส่วนมากจะลดทอนชนิดองุ่นลงมาเหลือแค่สามสายพันธุ์หลักๆ

โดยจะเป็นไวน์ดื่มง่าย รสชาติจัดจ้าน mid-full bodied เต็มไปด้วยโน้ตเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่ วานิลลา ผสมกับความมันๆ เหมือนเบค่อน และเครื่องเทศออสไปซ์

7. Amarone อา-มา-โร-เน่

องุ่น : Corvina+ Molinara + Rondinella (องุ่นท้องถิ่นอื่นๆ)

อีกหนึ่งไวน์เบลนด์ชื่อดังจากอิตาลี คราวนี้มาจากเมือง Valpolicella ที่อยู่แคว้นเวโรน่า ทางตอนเหนือของอิตาลี ใช้องุ่นท้องถิ่นทั้งหมดในการทำไวน์ หลักๆ ก็จะมีอยู่ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ Corvina, Molinara และ Rondinella โดดเด่นที่วิธีการผลิตที่ต้องนำองุ่นไปตากให้แห้งจนมีลักษณะคล้ายองุ่น แล้วค่อยนำไปหมัก จึงเป็นไวน์ที่มีรสชาติเข้มข้น แอลกอฮอล์สูง แตกต่างชัดเจนกับเรดเบลนด์อื่นๆ ครับ

ได้ออกมาเป็นไวน์แดง full-bodied ด้วยรสหวานชุ่มฉ่ำ แต่ก็มีสอดแทรกความขมอ่อนๆ จาก tannin หนึบหนับ โน้ตเด่นๆ คือมะเดื่อ แครนเบอร์รี่ ดาร์คฟรุ๊ต แห้งๆ แยมมี่ๆ ช็อคโกแลต

8. Priorat พรี-โอ-แร็ท

องุ่น : Grenache + Carignan + Cabernet Sauvignon (Syrah + Merlot)

ไวน์แดงเบลนด์ชั้นเยี่ยมจากสเปนตะวันออก แคว้นกาตาญญา (Catalan) ซึ่งถือว่ามีคุณภาพไม่แพ้ Rioja เลยครับ เน้นรสชาติสดใสขององุ่น Grenache และองุ่นสายพันธุ์หายากอย่าง Carignan ส่วนองุ่นจากฝรั่งเศสก็ค่อยๆ เป็นที่นิยมเบลนด์เข้าไปด้วยในช่วงหลังๆ มานี้ เช่น Cabernet Sauvignon, Syrah และ Merlot เพื่อเพิ่มความซับซ้อนให้กับไวน์ครับ

เป็นไวน์ที่เข้มข้น จัดจ้าน สดใส mid-full bodied โน้ตราสเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ พริกไทย ดอกไวโอเล็ท และหินแกรนิตเปียกๆ

Our favourite wines

"ไวน์" ไวน์แมน - ไวน์แดง ขาว สปาร์กลิงไวน์

สั่งไวน์ ไวน์แดง ไวน์ขาว สปาร์กลิงไวน์ กับแพลตฟอร์มไวน์ชั้นนำเเห่งประเทศไทย เลือกจากไวน์คัดสรรอย่างดีกว่า 3000 ตัว ตั้งแต่ราคาเบาๆดื่มง่าย จนถึงไวน์ขั้นเทพระดับ Grand Cru มีแสตมป์ทุกขวด

บริษัทขอสงวนสิทธิ์การสั่งให้สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น ผู้สั่งต้องรับสินค้าด้วยตัวเอง พนักงานทางร้านจะต้องมีการพบหน้าผู้สั่งและตรวจสอบบัตรประชาชนและอายุโดยไม่มีข้อยกเว้น องค์ประกอบภาพและคำอธิบายทั้งหมดไม่ได้บ่งบอกถึงประเภทและสรรพคุณของเครื่องดื่ม สั่งไวน์ ไวน์แดง ไวน์ขาว สปาร์กลิงไวน์ กับแพลตฟอร์มไวน์ชั้นนำเเห่งประเทศไทย เลือกจากไวน์คัดสรรอย่างดีกว่า 3000 ตัว ตั้งแต่ราคาเบาๆดื่มง่าย จนถึงไวน์ขั้นเทพระดับ Grand Cru มีแสตมป์ทุกขวด หลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับหลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับหลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับหลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับหลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับ
preloader