fbpx

งดบริการให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี อ่านนโยบายการขาย คลิก

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เจาะลึกไวน์ 1855 Classification ที่ไต่อันดับสูงที่สุด!

July 29, 2021

ความเดิมตอนที่แล้ว…

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย

ย้อนอ่านบทความแรก คลิก

สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ

 

การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex

หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในตลาดซื้อขายไวน์นั้นจะมีการบันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ การติดตามราคาหุ้นเลยครับ และในปี 2009 บริษัท Liv-Ex ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เริ่มจัดอันดับ Bordeaux 1855 Classification ใหม่โดยจะจัดไวน์โดยใช้ราคาที่เฉลี่ยในการซื้อขายบน Liv-Ex มาจัด Classification

ซึ่งล่าสุดมีการลองจัดอันดับไวน์บอร์โดใหม่ขึ้นมาในปี 2015 และ 2017 โดยใช้หลักการด้านราคาอย่างเดียวตามข้อมูลด้านล่าง โดยที่ราคานั้นเป็นราคาเฉลี่ยของไวน์ขนาด 750ml จำนวน 12 ขวด

– First growth: 2,500 ปอนด์ ขึ้นไป! (~116,000 บาท)
– Second growth: 688 – 2,499 ปอนด์ (~32,000-116,000 บาท)
– Third growth: 438 – 687 ปอนด์ (~20,000-32,000 บาท)
– Forth growth: 313 – 437 ปอนด์ (~14,500-20,000 บาท)
– Fifth growth: 250 – 312 ปอนด์ (~11,600 – 14,500 บาท)


ชาโตที่มีอันดับก้าวกระโดดจาก 1855 Classification

Château Palmer (เปลี่ยนจาก 3rd growth ขึ้นมาเป็น 2nd growth ที่ราคาสูงที่สุด)
Château Lynch Bages (เปลี่ยนจาก 5th growth ขึ้นมาเป็น 2nd growth)
Château Pontet Canet (เปลี่ยนจาก 5th growth ขึ้นมาเป็น 2nd growth)
Château Grand-Puy-Lacoste (เปลี่ยน 5th growth ขึ้นมาเป็น 3rd growth)
Château Clerc Milon (เปลี่ยน 5th growth ขึ้นมาเป็น 3rd growth)

นี่คือ 5 ไวน์ที่มีอันดับก้าวกระโดดที่สุดนับตั้งแต่ปี 1855 ซึ่งตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุดคือ Lynch Bages และ Pontet Canet ซึ่งได้ชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า ‘Super Second Growth’ ซึ่ง Lynch Bage ได้ชื่อว่าเป็นม้ามืดแห่งบอร์โดซ์ มาจากครอบครัว Cazes ซึ่งไม่ได้มีอิทธิพลอะไร แต่ดังด้วยคุณภาพที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในปี 1934 ซึ่งเป็นวินเทจที่ยอดเยี่ยม รสชาติเข้มข้น ดุดัน จนดังในวงการไวน์บอร์โดซ์สุดๆ และทำให้ราคาพุ่งสูงเทียบเท่า 2nd growth ตัวบนๆ เลยครับ!

ทางด้าน Pontet Canet เองก็ได้พัฒนาคุณภาพอย่างก้าวกระโดดเมื่อประมาณปี 1994 หลักจากเปลี่ยนไวน์เมกเกอร์ เน้นองุ่นออร์แกนิก ไปจนถึงบางวินยาร์ดปลูกแบบ Biodynamic พร้อมปรัชญาการผลิตไวน์ที่ปล่อยให้องุ่น ดิน และอากาศ แสดงออกเอกลัษณ์ของตัวเองออกมาให้ดีที่สุดในไวน์ที่ผลิต

ส่วน Chateau Palmer ถือเป็นอีกหนึ่งไวน์ชื่อดังที่ราคา และชื่อเสียงพุ่งขึ้นสูงจนเหมือนขาข้างหนึ่งก้าวเข้าไปใน First growth แล้วนะครับ โดยตั้งแต่ Vintage ปี 2014 นั้นได้ผลิตไวน์จากองุ่นที่ปลูกแบบ Biodynamic ทั้งหมด เช่นกัน ถ้าหากอยากลองรับกลิ่นอายของ Chateau Palmer ก่อนก็อาจจะสามารถเลือกลอง Second wine ขึ้นชื่ออย่าง Alter Ego ก่อน ซึ่งจะมีสไตล์ที่โมเดิร์น และ เข้าถึงได้ง่ายกว่า

สุดท้ายคือ Château Grand-Puy-Lacoste และ Château Clerc Milon ขึ้นมาสู่ Third Growth ได้อย่างสวยงามด้วยการค่อยๆ ด้วยการรักษาคุณภาพ โดยเฉพาะ Clerc Milon ที่ช่วงหนึ่งถือว่าเป็นวินยาร์ดที่ถูกลืม ถูกเปลี่ยนชื่อ แบ่งเขตใหม่หลายครั้ง จนกระทั้งปี 1983 ได้มีการปรับพื้นที่ การระบายน้ำของวินยาร์ด พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ของไวน์มาเป็นภาพ ‘ตุ๊กตาคู่’ สุดไอคอนนิกจนมาถึงในปัจจุบันได้มี

วินยาร์ดนอกโผ ที่ตอนนี้เทียบได้กับ 1855 Classification


Mission Haut Brion (พุ่งขึ้นเทียบเท่า 1st growth)
Smith Haut Lafitte (พุ่งขึ้นเทียบเท่า 2nd growth)
Pape Clement (พุ่งขึ้นเทียบเท่า 2nd growth)
Haut Bailly (พุ่งขึ้นเทียบเท่า 2nd growth)
Domaine Chevalier (พุ่งขึ้นเทียบเท่า 3rd growth)
Clos Marquis (พุ่งขึ้นเทียบเท่า 4th growth)
Armailhac (พุ่งขึ้นเทียบเท่า 4th growth)
Gloria (พุ่งขึ้นเทียบเท่า 5th growth แล้วในปี 2017 เทียบเท่า 4th growth)
Chasse Spleen (พุ่งขึ้นเทียบเท่า 5th growth) 

ส่วนใหญ่ไวน์ที่ไม่ปรากฎใน 1855 Classification แต่เพิ่งมาเฉิดฉายในภายหลังจะเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจาก Graves ซึ่งถูกมองข้ามในการจัด Classification ครั้งแรก ซึ่งภายหลังในปี 1953 และ 1959 ได้ถูกจัดเป็นเกรด Grands Crus Classes อย่างเช่น Chateau Smith Clement Lafitte, Domaine de Chevalier, Chateau Huat Baily และ Chateau Pape Clement ที่มาจากวินยาร์ดคุณภาพเยี่ยมใน Graves จากพื้นที่ทางเหนือที่ติดกับ Haut Medoc ที่เรียกว่า Pessac-Léognan ซึ่งเป็นดินผสมหินกรวดแบบ จึงได้ไวน์ที่คุณภาพยอดเยี่ยมไม่แพ้ Medoc เลยครับ นำเสนอ Cab จากหินกรวด ทำให้ไวน์มีคาแร็คเตอร์ลงตัว เข้มข้น บาลานซ์

ในขณะเดียวกันก็มีอีก 2 วินยาร์ดที่เป็นเหมือนส่วนขยายของชาร์โตว์หลักเช่น Mission Haut Brion ที่เป็นดั่งแบรนด์น้องสาวของ Chateau Haut Brion ที่ยังคงความซับซ้อนอันเป็นเสน่ห์ของ Haut Brion จนได้รับการยอมรับอย่างล้นหลาม และมีราคาสูงเทียบเท่ากับไวน์ First growth หลายๆ ขวดเลยครับ รวมไปถึง Chateau d’Armailhac ซึ่งเป็นดั่งแบรนด์ลูกของ Clerc Milon ซึ่งมีสัญลักษณ์ที่คอไวน์ทุกคนต้องรู้จักคือ ‘ตุ๊กตาเดี่ยว’

Our favourite wines

"ไวน์" ไวน์แมน - ไวน์แดง ขาว สปาร์กลิงไวน์

สั่งไวน์ ไวน์แดง ไวน์ขาว สปาร์กลิงไวน์ กับแพลตฟอร์มไวน์ชั้นนำเเห่งประเทศไทย เลือกจากไวน์คัดสรรอย่างดีกว่า 3000 ตัว ตั้งแต่ราคาเบาๆดื่มง่าย จนถึงไวน์ขั้นเทพระดับ Grand Cru มีแสตมป์ทุกขวด

บริษัทขอสงวนสิทธิ์การสั่งให้สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น ผู้สั่งต้องรับสินค้าด้วยตัวเอง พนักงานทางร้านจะต้องมีการพบหน้าผู้สั่งและตรวจสอบบัตรประชาชนและอายุโดยไม่มีข้อยกเว้น องค์ประกอบภาพและคำอธิบายทั้งหมดไม่ได้บ่งบอกถึงประเภทและสรรพคุณของเครื่องดื่ม สั่งไวน์ ไวน์แดง ไวน์ขาว สปาร์กลิงไวน์ กับแพลตฟอร์มไวน์ชั้นนำเเห่งประเทศไทย เลือกจากไวน์คัดสรรอย่างดีกว่า 3000 ตัว ตั้งแต่ราคาเบาๆดื่มง่าย จนถึงไวน์ขั้นเทพระดับ Grand Cru มีแสตมป์ทุกขวด หลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับหลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับหลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับหลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับหลายคนที่คุ้นเคยกับ Chardonnay สไตล์อเมริกัน ออสเตรเลีย ที่มักหมักหรือเอจไวน์ในถังโอ๊ค ทำให้ Chardonnay เป็นสไตล์ full-bodied โน้ตเนย วานิลลาชัดเจน อาจตั้งข้อสงสัยว่า Chardonnay ไม่เห็นมี acidity เลย! นั่นเพราะไวน์ขาวได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า  ‘Malolactic Fermentation’ (อ่านเพิ่มเติมในบทความอธิบาย acidity ได้เลยครับ) ไวน์จึงมีรสหวาน และมันมากขึ้น acidity จึงไม่ชัด แต่โดยธรรมชาติแล้ว Chardonnay มี acidity ที่ค่อนข้างสูงเลยครับ! สังเกตได้จาก Chardonnay จากเบอร์กันดีแสงโด่งดังในเมือง Chablis ที่ไม่ใช้การหมัก และเอจในถึงโอ๊คเลย จะได้ไวน์ที่รสชาติแตกต่าง ฟรุ๊ตตี้ สดชื่น เต็มไปด้วยแร่ธาตุ acidity สดใสครับ
preloader