fbpx

ติดต่อเราเพื่อสอบถาม

แอด LINE สั่งเลย

*สำหรับแค่ลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เม้าไม่อั้นกับกลุ่มคอไวน์ ร่วมโอเพ่นแชทเราวันนี้่

Get access to our latest promotions and recommended wines of
the month, up to 60% off on first purchase.
Get access to our latest promotions and recommended wines ofthe month, up to 60% off on first purchase.

ตีแตกอันดับไวน์ Bordeaux 1855 Classification

การแบ่งเกรดไวน์บอร์โดซ์สุดสะเทือนโลกในปี 1855 (The 1855 Classification) ซึ่งแม้เหตุการณ์จะผ่านมาเกิน 160 ปี แต่การเกรดไวน์รูปแบบนี้ ก็ยังถูกพูดถึงเรื่อยๆ ในหมู่เซียนไวน์ แถมยังเป็นข้อถกเถียงดุเดือดมาจนถึงปัจจุบัน และทำให้ทั้งโลกมองไวน์ในมุมใหม่ไปเลย วันนี้ไวน์แมนจึงขอมาเจาะลึกเรื่องนี้กันอย่างละเอียดเลยครับ!

 

Bordeaux 1855 Classification คืออะไร?

คือหลักเกณฑ์จัดอันดับไวน์ที่เกิดขึ้นในปี 1855 ตามคำสั่งของนโปเลียนที่ 3 ให้มีการแบ่งเกรดไวน์จากชาโตดังๆ ในเขตบอร์โดซ์ให้เห็นชัดๆ ไปเลยว่าชาโตไหนดีจริงๆ เพื่อที่จะนำมานำเสนอในงาน Paris Universal Exhibition 1855 ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็น 5 อันดับ จากดีเยี่ยมที่สุด First Growth (Premiers Crus) ไล่ลำดับลงมาเป็น Second-Growths (Deuxièmes Crus), Third-Growths  (Troisièmes Crus), Fourth-Growths (Quatrièmes Crus) และสุดท้ายคือ Fifth-Growths (Cinquièmes Crus)  

วิธีการจัดอันดับ

โดยทางการฝรั่งเศสใช้หลักเกณ์ในการจัดอันดับที่สำคัญที่สุด 2 อย่างได้แก่ :

  1. ใช้ราคาในการขายไวน์ เป็นตัวกำหนดเกรดของไวน์ ยิ่งขายไวน์ราคาแพงเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้อันดับสูงเท่านั้นเพราะสื่อถึงคุณภาพและชื่อเสียงที่คนยอมจ่ายในเรตราคาที่สูงเพื่อให้ได้มาซึ่งไวน์ชั้นเยี่ยม 
  2. เกรดที่ได้จะถูกมอบให้ชาโต ไม่ได้มอบให้กับวินยาร์ด ซึ่งไม่เหมือนกับการแบ่งเกรดของเบอร์กันดีที่จะแบ่งเกรดพื้นที่วินยาร์ด แต่จะไม่ได้มอบเกรดให้กับชาโต หรือโรงงานผลิตไวน์ครับ

ปัญหาที่ตามมาจาก 1855 Classification!

เรียกได้ว่าแม้จะไม่ใช่เซียนไวน์ แต่แค่ดูจากหลักเกณฑ์การจัดอันดับแบบนี้ ก็รู้ได้ทันทีเลยนะครับว่ามันแสนจะไม่แฟร์เอาเสียเลย เพราะชาโตที่ราคาไม่ถึงเกณฑ์ก็เรียกได้ว่าไม่ได้ถูกเหลียวแลเลยครับ จึงเป็นการจัดอันดับที่เอื้อให้ชาโตเก่าแก่ของชนชั้นสูงมากกว่าเน้นดูเรื่องคุณภาพในการผลิต แถมยังเป็นการแบ่งเกรดที่แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย จึงไม่แปลกว่าจะมีการถกเถียงกันจนถึงปัจจุบัน 

ทำให้ชาโตที่ได้จัดอยู่ในการแบ่งเกรดของปี 1855 ทั้ง 5 อันดับนั้นมีเพียง 61 แห่งเท่านั้นที่ แถมชาโต 60 แห่งยังมาจากเขต Médoc ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนทั้งหมด มีเพียงชาโตเดียวเท่านั้นที่มาจากเขต Graves (Château Haut-Brion) ซึ่งอยู่ทางใต้ของ Médoc ซึ่งฝั่งขวาของแม่น้ำการอนจะไม่ถูกกล่าวถึงในการแบ่งเกรด 1855 เลยครับ… ถ้าไม่เรียกว่าผูกขาด ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเรียกว่าอะไรดีครับ

การจัดเกรด Bordeaux 1855 Classification

แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้นะครับว่าชาโตที่ติดโผ 1855 Classification นั้นถือว่าเป็นผู้ผลิตไวน์ระดับโลก คุณภาพเยี่ยม อย่าง Lafite  หรือ  Haut-Brion เป็นชื่อที่เซียนไวน์ทุกคนต้องรู้จักเลย

First Growth / Premiers Crus (5 แห่ง)

Château Lafite Rothschild Pauillac
Château Latour Pauillac
Château Margaux Margaux
Château Haut-Brion, Pessac Graves
Château Mouton-Rothschild, Pauillac **

Second-Growths / Deuxièmes Crus (14 แห่ง)

Château Rausan-Ségla (Rauzan-Ségla), Margaux
Château Rauzan-Gassies, Margaux
Château Léoville Las Cases, St.-Julien
Château Léoville Poyferré, St.-Julien
Château Léoville Barton, St.-Julien
Château Durfort-Vivens, Margaux
Château Gruaud-Larose, St.-Julien
Château Lascombes, Margaux
Château Brane-Cantenac, Cantenac-Margaux (Margaux)
Château Pichon-Longueville Baron, Pauillac
Château Pichon Longueville Lalande, Pauillac
Château Ducru-Beaucaillou, St.-Julien
Château Cos-d’Estournel, St.-Estèphe
Château Montrose, St.-Estèphe

Third-Growths / Troisièmes Crus (14 แห่ง)

Château Kirwan, Cantenac-Margaux (Margaux)
Château d’Issan, Cantenac-Margaux (Margaux)
Château Lagrange, St.-Julien
Château Langoa Barton, St.-Julien
Château Giscours, Labarde-Margaux (Margaux)
Château Malescot-St.-Exupéry, Margaux
Château Cantenac-Brown, Cantenac-Margaux (Margaux)
Château Boyd-Cantenac, Margaux
Château Palmer, Cantenac-Margaux (Margaux)
Château La Lagune, Ludon (Haut-Médoc)
Château Desmirail, Margaux
Château Calon-Ségur, St.-Estèphe
Château Ferrière, Margaux
Château Marquis-d’Alesme-Becker, Margaux

Fourth-Growths / Quatrièmes Crus (10 แห่ง)

Château St.-Pierre, St.-Julien
Château Talbot, St.-Julien
Château Branaire-Ducru, St.-Julien
Château Duhart-Milon Rothschild, Pauillac
Château Pouget, Cantenac-Margaux (Margaux)
Château La Tour Carnet, St.-Laurent (Haut-Médoc)
Château Lafon-Rochet, St.-Estèphe
Château Beychevelle, St.-Julien
Château Prieuré-Lichine, Cantenac-Margaux (Margaux)
Château Marquis de Terme, Margaux

Fifth-Growths / Cinquièmes Crus (18 แห่ง)

Château Pontet-Canet, Pauillac
Château Batailley, Pauillac
Château Haut-Batailley, Pauillac
Château Grand-Puy-Lacoste, Pauillac
Château Grand-Puy-Ducasse, Pauillac
Château Lynch Bages, Pauillac
Château Lynch-Moussas, Pauillac
Château Dauzac, Labarde (Margaux)
Château Mouton-Baronne-Philippe (Château d’Armailhac after 1989), Pauillac
Château du Tertre, Arsac (Margaux)
Château Haut-Bages Libéral, Pauillac
Château Pédesclaux, Pauillac
Château Belgrave, St.-Laurent (Haut-Médoc)
Château Camensac (Château de Camensac), St.-Laurent (Haut-Médoc)
Château Cos Labory, St.-Estèphe
Château Clerc Milon, Pauillac
Château Croizet-Bages, Pauillac
Château Cantemerle, Macau (Haut-Médoc)

ความพิเศษของ Château Mouton-Rothschild

Château Mouton-Rothschild

ซึ่งผลที่ออกมา แม้จะมีข้อโต้แย้งมากมาย แต่ตั้งแต่ปี 1855 นี้ ก็ไม่เคยมีวินยาร์กไหนถูกเปลี่ยนแปลงอันดับอย่างเป็นทางการเลย ยกเว้นแค่เพียงวินยาร์ดเดียวเท่านั้น!! ได้แก่ Château Mouton-Rothschild ที่ตอนแรกวินยาร์ดของเขาถูกจัดอยู่ใน Second Growth อันเป็นผลลัพธ์ที่เขาไม่เห็นด้วยอย่างมาก! จึงทำให้เขายื่นเรื่องประท้วงต่อรัฐบาล ดำเนินเรื่องกว่า 20 ปี จนกระทั่งในปี 1973 Château Mouton-Rothschild เป็นวินยาร์ดแรก และวินยาร์ดเดียว ที่ได้เลื่อนขั้นกลายเป็น First Growth อย่างเป็นทางการในที่สุด! 

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ 1855 Classification

  • การจัดเกรดปี 1855 ความจริงได้จัดเกรดให้กับไวน์หวานด้วย! 

นอกจากชาโตว์จาก Médoc และ Graves  แล้ว ทางการยังได้จัดเกรดวินยาร์ดที่ผลิตไวน์หวานในเขต Sauternes และ Barsac ที่อยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำการอนเช่นกัน แต่จะอยู่ทางใต้ และ Specialize ด้านการผลิตไวน์หวานโดยเฉพาะ

การแบ่งเกรดจะใช้เกณฑ์แตกต่างกัน จะมีเพียง 3 ลำดับ ประกอบด้วย 1st Growth ที่แบ่งออกเป็น 2 หมวดหมู่ได้แก่ Great First-Growth (Grand Premier Cru) / First-Growths (Premiers Crus) และสุดท้ายคือ  Second-Growths / Deuxièmes Crus มี 27 วินยาร์ดที่จัดอยู่ใน 3 เกรดนี้ แต่ที่สำคัญที่สุด คือมีวินยาร์ดที่ได้เกรด Great First-Growth (Grand Premier Cru) เพียง 1 วินยาร์ดเท่านั้น นั่นก็คือ Château d’Yquem (ดี-เค็ม) วินยาร์ดแสนเก่าแก่ ได้ชื่อว่าผลิตไวน์หวานรสซับซ้อน หอมล้ำลึกที่สุดในโลกจากเมือง Sauternes

  • วินยาร์ดในพื้นที่ดังอื่นๆ ในบอร์โดซ์ทะยอยกันจัดเกรดไวน์ของตัวเอง

ในปี 1953 และ 1959 เมือง Graves ที่มีวินยาร์ดดังๆ ไม่แพ้ Médoc ได้มีการจัดเกณฑ์เพิ่มขึ้นมาสำหรับวินยาร์ดคุณภาพเยี่ยมอื่นๆ ที่ไม่เข้าข่าย 1855 Bourdeaux Classification ซึ่งจะให้ชื่อว่าเป็นเกรด Grands Crus Classes ซึ่งมีวินยาร์ดดังๆ มากมายที่อยู่ในหมวดนี้ ตั้งแต่ Domaine de Chevalier ไปจนถึง Château Pape Clément

Chateau Cheval Blanc

ต่อมาในปี 1954 St. Emilion ที่อยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอน ได้มีการจัดระบบแบ่งเกรดไวน์ที่เป็นของตัวเองโดยเฉพาะ (ให้จำแยกไปเลย อย่าเอามาปนกับของที่อื่นนะครับ) โดยแบ่งออกเป็น 2 ระดับใหญ่ๆ อันดับที่ดีที่สุดจะเรียกว่า Premiers Grand Crus Classes ซึ่งเกรดนี้จะถูกแบ่งย่อยอีกเป็นระดับ A (ดีที่สุดของที่สุด) และ B (ดีเยี่ยม) นอกนั้นคือเรต Grand Crus Classes ซึ่งการแบ่งเกรดจะมีการแก้ไขทุกๆ 10 ปี ซึ่งมีการ revise ล่าสุดเมื่อปี 2012 เพราะฉะนั้นการจัดเกรดครั้งต่อไปน่าจะมีขึ้นในอีกไม่ช้านี้ครับผม โดยแทบทุกครั้งที่มีการจัดอันดับจะมีดราม่าเยอะมากๆ บางครั้งเรื่องถึงศาลเลยนะครับ! แต่ก็เป็นบ้านของหนึ่งในวินยาร์ดที่เลื่องชื่อที่สุดในโลกอย่าง Chateau Cheval Blanc และ Chateau Ausone เป็นต้น

  • Pomerol เจ้าของไวน์นอกโผที่คุณภาพเยี่ยมเกินคาด!

ในบรรดาพื้นที่ย่อยทั้งหมดในบอร์โดซ์ มีเขตเล็กๆ ทางฝั่งขวาของแม่น้ำการอนที่น่าสนใจมากๆ ชื่อ Pomerol เป็นพื้นที่ที่ไม่มีการแบ่งเกรดไวน์แต่อย่างใด แต่เป็นบ้านของชาโตชื่อดัง Pétrus ที่ปลูกองุ่นในวินยาร์ดแปลงเล็กๆ ในดินเหนียวชนิดพิเศษที่แทบจะมีแค่ที่ Pomerol ที่เดียว ได้ไวน์เข้มข้น แสน exotic ที่ขึ้นแท่น cult-wine แม้ชาโตจะไม่กำหนดเกรดแต่คุณภาพไวน์เทียบเท่า first growth แถมหากวินเทจดีๆ ราคาสามารถพุ่งสูงแซง Château Lafite หรือ Latour ได้สบายๆ เลยครับ!

 

เรียกได้ว่านี่แค่น้ำจิ้มเท่านั้นนะครับ เพราะเรื่องการแบ่งเกรดไวน์ในบอร์โดซ์ยังมีอีกเยอะแยะ เพราะเราจะรู้ได้อย่างไรว่าวินยาร์ดที่ดีเมื่อ 100 กว่าปี ตอนนี้ยังดีเหมือนในอดีตหรือไม่? เพราะการแบ่งเกรดปี 1855 ไม่เคยมีการอัปเดทเลย (ยกเว้นกับ Château Mouton แห่งเดียวนะครับ) รวมถึงหากใช้หลักการเดิมตัดสินไวน์หลายๆ ตัวใน 4th หรือ 5th Growth จะมีวินยาร์ดไหนบ้างที่ได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็น 2nd หรือแม้แต่ 1st Growth บ้าง ติดตามอ่านต่อได้ในบทความหน้านะครับผม!

Our favourite wines

Featured articles

8 Red Blends ที่คุณต้องรู้จัก

ไวน์เบลนด์ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้ไวน์ในแต่ละพื้นที่ แต่บางครั้งเห็นมาแค่ชื่อ ก็ยากที่จะเดาได้ว่าในเบลนด์นั้นมีองุ่นอะไร รสชาติ หรือกลิ่นเป็นอย่างไรกันแน่ จนบางครั้งคุณอาจจะพลาดไวน์รสเลิศ เพียงเพราะคุณไม่รู้ ไปเลยครับ… ไวน์แมนจะไม่ให้สิ่งนั้นเกินขึ้นแน่นอน ด้วย 8 เรดเบลนด์สุดปัง ที่คอไวน์อย่างคุณ ต้องรู้จัก!   1.Bordeaux Blend บอร์-โดซ์-เบลนด์ องุ่น : Cabernet Sauvignon + Merlot + Cabernet Franc (Petit Verdot + Carmenère + Malbec) หากมีเบลนด์หนึ่งที่ทุกคนต้องรู้จักจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้ ก็คงต้องเป็นบอร์โดซ์เบลนด์เลยครับ เป็นไวน์เบลนด์สุดคลาสสิคของฝรั่งเศส ซึ่งมาแจกแคว้นในชื่อเดียวกัน โดยเป็นเบลนด์ที่เน้นชูโรงไวน์แดงรสชาติเข้มข้น Cabernet Sauvignon เสริมความละมุนด้วย Merlot และ acidity ที่ลงตัวด้วย Cabernet Franc หลักๆ จะมี 3 ตัวนะครับ แต่บางวินยาร์ดก็อาจมีองุ่นมาเบลนด์เสริม เช่น […]

ไวน์ที่พัฒนายอดเยี่ยม 1855 Classification

จากที่เคยบอกไปในบทความที่แล้วนะครับว่ามีแค่ชาโตว์เดียวเท่านั้นที่เคยได้เปลี่ยนเกรดอย่างเป็นทางการใน 1855 Classification นั่นก็คือ Mouton Rothschild แต่หากคุณคิดว่าวินยาร์ดต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับย้อนกลับไปเป็น 100 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย คุณคิดผิดนะครับ! เพราะชาโตว์ต่างๆ มีทั้งราคาขึ้น และลง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รวมถึงมีบางวินยาร์ดที่ไม่ติดแม้ 5th growth แต่ตอนนี้กลับเทียบเท่ากับ 3rd หรือ 2nd growth ได้เลย สรุปคือหากเราจัดอันดับใหม่ ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เมื่อปี 1855 ลิสต์ของวันนี้ก็จะแตกต่างออกจากลิสต์ของปี 1855 เช่นบางวินยาร์ดที่เคยอยู่ 5th growth อาจพัฒนาคุณภาพ หรือสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการในตลาด จนราคาก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 3rd หรือ 2nd growth เลยก็ได้ครับ ตามมาดูกันเลยครับ การแทรกกิ้งไวน์เกรดท๊อปโดย Liv-Ex หลายคนอาจสงสัยว่าไวน์แมนเอาข้อมูลตรงนี้มาจากไหนกัน? ความจริงแล้วในโลกของไวน์ชั้นสูงระดับ first growth ถึง fifth growth นี้ จะมีระบบที่บันทึกราคาอย่างละเอียดยิบ คล้ายๆ […]

ไวน์แดงแต่ละชนิดควรเอจนานเท่าไหร่?

เซียนไวน์หลายท่านคงเคยได้ยินคอนเซ็ปท์คุ้นหู “ยิ่งเก่ายิ่งดี” มาบ้างกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งก็ถูกใช้กับไวน์หลายๆ ตัว แต่ประโยคนี้จะจริงขนาดไหนกันเชียว!? เพราะอย่างไวน์บางขวดก็เน้นความฟรุ๊ตตี้ชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเอจนาน หรือไวน์แดงบางชนิดถูกเอจไว้นานกว่าเพื่อน เพราะมีระดับ acidity และแทนนินที่เยอะตามธรรมชาติ ยิ่งเอจไวน์ยิ่งนุ่ม ไวน์แมนเลยอยากสรุปเรื่องการเอจไวน์ให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่าองุ่นพันธุ์ไหนเอจได้เอจดี พันธุ์ไหนไม่ต้องเอจนานเท่าไหร่ก็เวิร์ค   หมายเหตุ: การเอจไวน์นี้หมายถึงไวน์ที่มีศักยภาพเอจจิ้งต่อในขวด ไม่ได้หมายถึงการเอจจิ้งในถังโอ๊คหลังจากผ่านการหมักแต่เพียงอย่างเดียวครับ ระยะการเอจจิ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์องุ่นอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับเกรดและคุณภาพของไวน์ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาในการเอจจิ้งไวน์จากพันธุ์องุ่นได้แบบชัดเจน ฉะนั้นแถบสีแดงเข้มจะหมายถึงค่าเฉลี่ยที่ไวน์สามารถเอจได้ ส่วนแถมสีแดงอ่อนหมายถึงหากเป็นไวน์คุณภาพเยี่ยมจากองุ่นนั้นๆ สามารถเอจได้ยาวนานเพิ่มเติมเท่านี้ครับ 1. Cabernet Sauvignon  Cab ถือว่าเป็นองุ่นมาตรฐานเรื่องการเอจจิ้ง ได้รับความนิยมจนมีปลูกในวินยาร์ดหลักๆ ของโลกแทบทุกโลเคชั่น และแทบจะในทุกวินยาร์ดก็ล้วนแต่มีศักยภาพที่จะเอจจิ้งได้ค่อนข้างนาน ด้วยระดับ acidity ที่สูง บวกกับแทนนินที่ชัดเจน หากดื่มตอนที่ไวน์ยังอายุน้อยจะรู้สึกว่าแทนนินดุดันมากๆ จะต้องเอจขั้นต่ำ 2-5 ปีเพื่อให้แทนนินละมุนขึ้น แต่หากเป็น Cab ดังๆ จากบอร์โดซ์ฝั่งซ้ายของแม่น้ำการอนเขต Medoc หรือ Graves ไปจนถึง Cab พรีเมี่ยมจาก Napa Valley ยิ่งเอจ ยิ่งมีโน้ตแร่ธาตุ ไส้ดินสอ […]

Got a question? Ask us now!

Don’t know which bottle is the right one for you? Our team of friendly wine experts is here to help you. Chat with is anytime through LINE. Ask a question!

preloader